้ชัดว่ามีสีแดงขนาดใหญ่กำลังรวมตัวกัน
สามารถมองเห็นเปลวเพลิงไหวไปมา ย้อมไปทั่วท้องนภา แผ่ขยายออกไปจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ประดุจท้องทะเลสีแดงฉานลอยล่องบนท้องนภา
มันแลดูเหมือนสายน้ำสีชาดรินไหลกลางเวหากว้าง ทอดยาวออกไปจนไม่อาจข้ามผ่าน
“ทำได้เพียงอ้อมแล้ว” โจวต้าเฉิงทอดถอนใจ ทันทีที่เตรียมควบคุมให้เรือเหาะเปลี่ยนทิศ นัยน์ตาของเขาก็หดวูบ สีหน้าฉายแววเหลือเชื่อสุดขีด
เขาขยี้ตาอย่างอดไม่ได้ จ้องมองไปอีกครา
ทันใดนั้นทั้งร่างก็เย็นวาบ รู้สึกเพียงว่ารยางค์ทั้งสี่เย็นเฉียบ ปากแห้งลิ้นพัน ยืนนิ่งอยู่กับที่ประหนึ่งถูกฟ้าผ่า
“นะ นะ นี่…นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน”
เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเล็กแหลม แทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนเองเห็น
คลื่นเพลิงดาราซึ่งเดิมทีทอดยาวอยู่บนแผ่นฟ้าถึงกับขยับแล้ว!
โจวต้าเฉิงถลึงตาจ้องมองพวกมันซึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปยังสองซีก ราวกับเว้นเส้นทางไว้ และที่สำคัญก็คือเส้นทางนี้คือเส้นทางที่พวกเขามาพอดิบพอดี
ทิศทาง เหมือนว่า…จะตั้งใจเหลือไว้ให้ตน
เปิดเส้นทางให้ตน?
บังเอิญ? หรือว่า…
เขารู้สึกเพียงว่าสมองชาวาบ ไม่กล้าคิดต่อ
มีชีวิตอยู่มากว่าพันปี ภาพเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์พรรค์นี้ไม่เคยพบเคยเห็นมา