เฟิงพยักหน้ารัว รีบนั่งลงข้างหลี่เนี่ยนฝาน
จากนั้นเขาจึงนำกระดิ่งจิตสวรรค์ออกมาวางลงเบื้องหน้าหลี่เนี่ยนฝาน “จริงสิ คุณชายหลี่ นี่เป็นของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกข้าบังเอิญได้มา”
“กระดิ่งลม?” หลี่เนี่ยนฝานดวงตาเป็นประกายขึ้นน้อยๆ “ดูเข้าสิ เกรงใจกันไปทำไม ทุกครั้งที่มาจะต้องนำของขวัญมาให้ด้วย ครั้งหน้าไม่ต้องแล้วนะ”
หลินมู่เฟิงตอบว่า “พวกข้ามาเยี่ยมเยือนไหนเลยจะมามือเปล่า อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ของมีค่ามากมายอะไร”
“อย่างนั้นข้าจะรับไว้ก็แล้วกัน” หลี่เนี่ยนฝานไม่ได้เหนียมอายเกรงใจ นำของชิ้นนี้ไปแขวนไว้บนเสาของศาลาทันใด เอ่ยอย่างพึงพอใจ “เป็นของประดับที่ไม่เลวจริงๆ ด้วยแฮะ”
“กริ้งๆ”
กระดิ่งลมไกวตามแรงลม เกิดเป็นเสียงดังเสนาะหู ประหนึ่งกำลังตอบรับคำพูดของหลี่เนี่ยนฝาน
หลี่เนี่ยนฝานสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นขึงขัง “ผู้เฒ่าหลิน ข้ากำลังจะเริ่ม ระหว่างการรักษาอาจเจ็บบ้าง ขอให้อดทนไว้”
หลินมู่เฟิงเอ่ยอย่างหนักแน่น “คุณชายหลี่ลงมือได้เต็มที่ ข้าทนไหว”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า ไม่ได้พูดให้มากความ ทว่ายื่นมีดออกไปยังตำแหน่งบาดแผลของหลินมู่เฟิงซึ่งเพิ่งถูกตัดขาดได้ไม่นาน
สำหรับการผ่าตัดต่ออวัย