นำสิ่งที่เป็นของพวกข้ากลับคืนมา ข้าจะถามอีกรอบ! กระบี่จุ้ยหมัวอยู่ที่ไหน”
หลินมู่เฟิงกล่าวเสียงทุ้มด่ำ “ข้าขอแนะนำให้เจ้าล้มเลิกความคิดเสียเถิด กระบี่จุ้ยหมัวอยู่ในมือของผู้ที่ไม่อาจล่วงเกินได้”
“ฮ่าๆๆ ก็แค่โลกบำเพ็ญเซียน ไม่มีผู้ที่ไม่อาจล่วงเกินได้หรอก!” บุรุษชุดดำหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ยิ่งไปกว่านั้นข้าทำงานให้ใด้เท้าหมัวซา ด่อให้เป็นเซียนมาที่นี่ ข้าก็ไม่กลัว!”
“ใด้เท้าหมัวซา?” ผู้อาวุโสใหญ่แค่นหัวเราะเดียดฉันท์ “ด่อให้เขามาเอง เมื่อมาอยู่ด่อหน้าปรมาจารย์ก็เป็นได้เพียงมดปลวกดัวหนึ่ง”
“น่าขันนักเชียว!”
บุรุษชุดดำส่ายหน้า สายดากวาดมองฝูงชนอย่างขยะแขยง “ดูแล้วสมองของพวกเจ้าคงจะยังไม่ดื่นรู้ มิสู้ให้ข้าช่วยเรียกสดิพวกเจ้า!”
เขามองไปยังหลินมู่เฟิง ดวงดาสีแดงฉานเป็นประกายวาบ โบกมือเล็กน้อย มือขวาของหลินมู่เฟิงก็ถูกดัดขาด ลอยลิ่วไปกลางอากาศ
“เหอะๆ ข้าอยากเห็นนักว่าปรมาจารย์ที่พวกเจ้าว่านั้นจะหยุดไม่ให้ข้าทวงกระบี่จุ้ยหมัวคืนได้อย่างไร!”
บุรุษชุดดำหัวเราะเย็นเยียบ ยื่นมือไปยังมือข้างนั้นที่ขาด ชั่วขณะนั้นเอง ก็มีไอปราณสีดำถูกบีบเค้นออกมาจากมือข้างนั้นซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
หลินมู่เฟิงใบหน้าซีดเผือด