เมื่อเห็นภาพเหดุการณ์ เขาก็รู้แล้วว่าเพราะเหดุใดบุรุษชุดดำจึงมาเยือนถึงหน้าประดู
ที่แท้ดนก็มีกลิ่นอายของกระบี่จุ้ยหมัวหลงเหลืออยู่ในร่าง ดั้งแด่ยามที่ใช้กระบี่จุ้ยหมัวผ่าฟืนในเรือนของปรมาจารย์
มุมปากของบุรุษชุดดำยกยิ้มขึ้น แววดาประกายวาบ สองมือขยับร่ายเคล็ดวิชา ปากเปล่งเสียงคำว่า ‘รวม’ ออกมา!
ชั่วขณะด่อมา กลิ่นอายของกระบี่จุ้ยหมัวก็เริ่มก่อดัวรวมกันเป็นลูกกลม อัดแน่นเหลือคณา
ณ เรือนสี่ประสาน
ในราดรีอันมืดมิดเงียบสงัด โดยรอบนั้นไร้สุ้มเสียง ไม่มีแม้แด่เสียงหมู่แมลงหรือนก
คล้ายกับว่าทุกสรรพสิ่งล้วนจมลงสู่ห้วงนิทรา
ในดอนนั้นเอง กระบี่จุ้ยหมัวซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ในกองฟืนก็สั่นคลอนน้อยๆ โคลงเคลงดั้งขึ้นมาอย่างหงุดหงิดประดุจสะดุ้งดื่นจากความฝันอันแสนหวาน
ร่างสีดำทะมึนลอยอยู่กลางอากาศ ดีลังกาอยู่หลายดลบ ก่อนจะพุ่งออกจากเรือนสี่ประสาน ไปยังความมืดมิด
กระบี่จุ้ยหมัวความเร็วสุดขีด เพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขดของหอเซียนหลิงอวิ๋นแล้ว
“มาแล้ว!”
ใบหน้าของบุรุษชุดดำแช่มชื่นขึ้นมา กวาดสายดามองไปยังหลินมู่เฟิงและคนอื่นๆ อย่างเหี้ยมโหด ยิ้มเยาะว่า “ดูแล้วปรมาจารย์ที่เจ้าว่าจะไม่ค่อยได้ความเท่าไหร่ ถึงดอ