ัน ในใจยังคงว้าวุ่น “จบแล้ว จบสิ้นแล้ว พวกเขามาแล้ว!”
หลินชิงอวิ๋นถอนหายใจแผ่วเบา เว้าวอนในใจ “หวังว่าปรมาจารย์จะไม่ใช้พวกเราเป็นหมากซึ่งใช้สังเวยก็แล้วกัน”
ตุ้บๆๆ!
เงาสายแล้วสายเล่าปรากฏในความมืด ภายใต้รัตติกาลมืดมิด นอกจากเสียงฝีเท้าแล้ว ก็ยังมีเสียงหัวเราะแผ่วเบาแสนเหี้ยมโหด
ท่ามกลางความมืดมิด เงาร่างยักษ์ใหญ่ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
เงาร่างนี้สวมชุดยาวสีดำ ดวงตาสีแดงก่ำ มุมปากเผยรอยยิ้มกระหายเลือด สองมือกอดอก ตัวยักษ์ใหญ่ กระดูกข้อต่อคล้ายกับปูดโปนออกมา
เสียงแหบพร่าดังออกมา “หาเจอแล้ว กลิ่นของกระบี่จุ้ยหมัว”
ระหว่างทางทำลายล้างมาแปดสำนัก บัดนี้ในที่สุดก็หาตัวการได้แล้ว!
บุรุษชุดดำเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตามองทะลุผ่านความมืดอย่างเฉียบคมไปยังหลินมู่เฟิง
หลินมู่เฟิงหาได้เกรงกลัวไม่ เขายืนตระหง่านบนตำหนักใหญ่ มองบุรุษชุดดำด้วยสายตาดุดัน
น้ำเสียงเย็นเยียบดังจากปากของบุรุษชุดดำ ร่างของเขาทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ ประดุจไร้น้ำหนักอย่างไรอย่างนั้น เหาะไปตามสายลม ตรงไปยังท้องนภาเหนือหอเซียนหลิงอวิ๋น
หลินมู่เฟิงเอ่ยเสียงแข็ง “ตั้งค่าย!”
ทันใดนั้น ลูกศิษย์ของหอเซียนหลิงอวิ๋นทั้งหมด รวมไปถึงผู้อาวุโสก็ส่งพลังทั้งร