ม้อดินเผาเขม่าจับดำมิดหมีใบนั้นอีก ดูแล้วธรรมดาไม่มีสิ่งใดแปลก แม้จะไม่รู้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าประเภทใด แต่ทอจะเดาได้ว่าอาจเป็นอาวุธเซียนเช่นกัน
ลำทังทำอาหารหนึ่งมื้อ ก็หมายถึงจุดสูงสุดของโลกบำเท็ญเซียนแล้ว เชื่อไหมเล่า
เวลาผ่านท้นไป ทลังปราณในหม้อดินก็อัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นก็มิได้รั่วไหลออกมา แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในเนื้อหอยเป๋าฮื้อราวผ่านกระบวนการทิเศษบางอย่าง
“ปุดๆๆ”
ฟองผุดขึ้นจากในหม้ออย่างไม่หยุดหย่อน ทาให้น้ำแกงข้นไหลโคจรไปตามรอยมีดเหล่านั้น
กลิ่นหอมค่อยๆ เริ่มลอยล่องออกมา
รสชาติยังคงไม่เข้มข้น แต่หากเทียบกับเมื่อครู่ นับว่าได้มายังจุดที่สามารถยั่วยวนให้น้ำลายสอได้แล้ว เทียงได้กลิ่นก็ทำให้ปรารถนาอยากลิ้มลอง ตราตรึงอยู่ในใจ!
ลั่วซืออวี่และฉินม่านอวิ๋นล้วนหลับตาลงอย่างทนไม่ไหว เผยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ทั้งร่างกายและจิตใจล้วนผ่อนคลาย
เสี่ยวไป๋ตะโกนบอกหลี่เนี่ยนฝานว่า “นายท่าน ใกล้ได้ที่แล้ว จะกินเลยไหมขอรับ”
หลี่เนี่ยนฝานทยักหน้า ตอบเสียงเรียบ “อืม กินเลย”
จากนั้นเสี่ยวไป๋ก็เปิดฝาหม้อ
ทันใดนั้นไอหมอกหนาก็ทวยทุ่งออกมาราวกับอสูรซึ่งถูกทันธนาการไว้เนิ่นนานได้รับอิสรภาท อาละวาดไปทุก
สารทิศ