ยามที่จักรพรรดิลั่ว ลั่วซืออวี่ และฉินม่านอวิ๋นมาถึงเชิงเขา ก็ย่างเข้าช่วงบ่ายของวันที่สองแล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะอดหลับอดนอนมาหนึ่งคืน แต่กลับยังคงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าถึงขั้นที่ตื่นเต้นและรอคอยอยู่บ้าง
ประเดี๋ยวจะได้พบปรมาจารย์แล้ว ไม่รู้ว่าปรมาจารย์จะพอใจกับหอยเป๋าฮื้อตัวนี้ไหม
เดินไปได้ครึ่งทาง จักรพรรดิลั่วก็ชะงักฝีเท้าหยุดลง
“ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไรหรือ” ลั่วซืออวี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
จักรพรรดิลั่วเงียบงันไปชั่วขณะ กล่าวว่า “จู่ๆ ข้าก็รู้สึกว่าข้าไม่เหมาะจะเข้าไปพบคุณชายหลี่กับพวกเจ้า”
หืม?
ลั่วซืออวี่และฉินม่านอวิ๋นมองจักรพรรดิลั่วอย่างฉงนใจ
จักรพรรดิลั่วยิ้มเอ่ย “ข้ามันคนแก่ไม่ได้ความ ไปกับพวกเจ้าจะไปสนุกอะไร คุณชายหลี่แม้จะเป็นปรมาจารย์ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นบุรุษ บุรุษกับสตรีคงคุยกันถูกคอกว่า ข้าไปด้วยปรมาจาร รย์อาจขุ่นเคืองได้”
จักรพรรดิลั่วพยายามกำจัดทุกสิ่งที่อาจทำให้ปรมาจารย์รู้สึกต่อต้าน
แม้คุณชายหลี่จะเป็นปรมาจารย์ผู้เลิศล้ำ แต่ใครจะรู้ว่าในใจของเขาคิดอย่างไร
ฉินม่านอวิ๋นและลั่วซืออวี่เหลือบมองหน้ากัน ปรางแก้มแดงเรื่อขึ้นมา
ถึงแม้พวกนาง