จะรู้ว่าเป็นไปได้มากที่ปรมาจารย์จะไม่ได้ชมชอบพวกตน แต่ก็อดฝันเฟื่องไม่ได้
ลั่วซืออวี่เอ่ยว่า “ท่านพ่อ เช่นนั้นพวกข้าไปก่อน”
จักรพรรดิลั่วพยักหน้า อธิบายว่า “อย่างไรก็ต้องระวัง ห้ามยั่วโทสะคุณชายหลี่เป็นอันขาด อีกทั้งยังต้องขบคิดความหมายอันลึกซึ้งในคำพูดของคุณชายหลี่ด้วย”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ลั่วซืออวี่พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นเขาไปพร้อมกับฉินม่านอวิ๋น
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงหน้าเรือนสี่ประสาน ในใจรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
จะว่าไป นี่ก็เป็นครั้งที่สองที่พวกนางมากันสองคน
ครั้งแรกที่มาที่นี่ ต่างคนยังต่างเดินหมากกับคุณชายหลี่ นึกแล้วก็น่าอดสูยิ่งนัก พ่ายแพ้จนไม่มีหน้าจะไปพบใคร
ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยถาม “คุณชายหลี่อยู่บ้านหรือไม่”
เสียงอืดอาดของคุณชายหลี่ดังมาจากในเรือน “อยู่ เข้ามาได้เลย”
“แกร็ก”
เสี่ยวไป๋ได้เปิดประตูไว้แล้ว
ลั่วซืออวี่และฉินม่านอวิ๋นเอ่ยทักทายเสี่ยวไป๋พร้อมกัน “เสี่ยวไป๋ อรุณสวัสดิ์”
เสี่ยวไป๋ตอบไปอย่างเถรตรง “ไม่เช้าแล้วขอรับ ตะวันขึ้นเหนือศีรษะแล้ว”
ฉินม่านอวิ๋นและลั่วซืออวี่ฉีกยิ้มพร้อมกัน ย่างกรายอย่างแผ่วเบาเข้าไปในเรือนสี่ประสาน
ต๋าจี่กำลังนั่งศึกษาวิชาหมากล้อมอยู่ที่โต๊ะ เพียงแต่พย