ำแกงนกอินทรี คิดดูแล้วรสชาติอาจดีกว่าซะด้วยซ้ำ
“พวกเจ้าจะอยู่กินข้าวด้วยกันไหม”
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ ถึงอย่างไรก็เป็นสิ่งที่คนเขาอุตส่าห์นำมามอบให้ ย่อมสมควรเอ่ยถามไปตามมารยาท
ลั่วซืออวี่ชะงักไปก่อน จากนั้นหัวใจก็พลันเต้นรัวกระหน่ำ มือเล็กๆ กำแน่นอย่างอดไม่อยู่ พูดขึ้นด้วยความกระวนกระวายระคนตื่นเต้น “เอ่อ…ได้จริงหรือ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หอยเป๋าฮื้อตัวใหญ่ขนาดนี้ ข้ากับต๋าจี่สองคนกินไม่หมดหรอก” หลี่เนี่ยนฝานลอบยกยิ้มในใจ เด็กคนนี้คงอยากกินอาหารของตนแต่แรกแล้ว แต่ไม่กล้าพูดออกมา
การผูกมิตรกับผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่ง อันดับแรกต้องผูกมิตรกับปากท้องของเขาก่อน คนที่มาคลุกคลีในโลกบำเพ็ญเซียนในร่างปุถุชนแบบนี้ เห็นทีคงจะมีฉันแค่คนเดียวละมั้ง
หลี่เนี่ยนฝานพูดต่อ “แต่พวกเจ้าต้องรอประเดี๋ยว ตุ๋นน้ำแกงต้องใช้เวลาสักพัก”
“ไม่เป็นไร พวกข้ารอได้” ลั่วซืออวี่รีบตอบด้วยเกรงว่าหลี่เนี่ยนฝานจะเปลี่ยนใจ
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า ก่อนจะเริ่มมองประเมินหอยเป๋าฮื้อตัวยักษ์ใหญ่นั่น
ความรู้สึกแรกคือหอยตัวนี้ขนาดใหญ่มาก จากนั้นหลี่เนี่ยนฝานก็สังเกตเห็นเปลือกของมัน พบว่ามีลายจางๆ แลดูแปลกตาทีเดียว