คล้ายกับเป็นประกายแสงดวงเล็กๆ
ความสามารถในการป้องกันของเปลือกหอยนี้คงไม่ได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรอก
คุณภาพเนื้อนั้นแทบไม่ต่างกับหอยเป๋าฮื้อในโลกเดิมเท่าไร เพียงแต่ว่าสีเข้มกว่า แถมยังล้อมรอบด้วยหนามแหลม
เนื้อชิ้นใหญ่ปานนี้ ใช้หม้อคงใส่ไม่พอ ทำได้เพียงหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
หลี่เนี่ยนฝานเบนสายตากลับมา บอกกับเสี่ยวไป๋ซึ่งลับมีดเสร็จเป็นที่เรียบร้อย “เสี่ยวไป๋ ถึงเวลาแสดงฝีมือของเจ้าแล้ว จำไว้ว่าตุ๋นให้เนื้อสดใหม่สักหน่อย”
เสี่ยวไป๋เดิน ‘ตุ้บๆๆ’ เข้ามา บอกว่า “วางใจเถิดขอรับ นายท่านที่เคารพของข้า เสี่ยวไป๋พ่อครัวมือฉมังรับรองได้”
“งั้นข้าไปนั่งรอแล้วกันนะ” หลี่เนี่ยนฝานหัวเราะร่า ตนก็เดินอาดไปนั่งฝั่งตรงข้ามต๋าจี่ หมายจะใช้เวลาระหว่างรออาหารประลองฝีมือกับต๋าจี่สักหน่อย
เรื่องอย่างการทำอาหารล้างจาน ถ้าหลี่เนี่ยนฝานไม่ลงมือทำเองได้ก็ไม่ทำ ไม่อย่างนั้นฉันจะมีปัญญาประดิษฐ์ไปทำไมกันล่ะ
หลี่เนี่ยนฝานบอกกับลั่วซืออวี่และฉินม่านอวิ๋น “จริงสิ พวกเจ้าจะเดินเล่นรอบๆ นี้ก็ได้ หรือจะมาเดินมาดูพวกข้าก็ได้”
เขาไม่ได้เชื้อเชิญสุภาพสตรีทั้งสอง เพราะฝีมือการเดินหมากของพวกนางนั้นย่ำแย่ เขาไม่ใคร่สนใจจริงๆ
“อื้มๆ” ลั่วซ