อนคุณชายหลี่”
ลั่วซืออวี่กลับเอ่ยอย่างวิตก “ข้าเพียงกังวลว่าพวกปีศาจจะไม่ดูตาม้าตาเรือไปรบกวนปรมาจารย์เข้า”
หว่างคิ้วของจักรพรรดิลั่วขมวดมุ่น
ปีศาจเหล่านั้นไม่เกรงกลัวผู้ใด ทั้งยังเอาแต่ผลุบๆ โผล่ๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ใครก็เดาไม่ออกว่าต่อไปพวกเขาจะทำอะไร จะปรากฏตัวที่ไหนอีก
จักรพรรดิลั่วพึมพำ “ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของคุณชายหลี่ ถ้าหากพวกเขาทำให้คุณชายหลี่ขุ่นเคือง ก็คงถึงคราวชะตาขาดแล้วละ”
ระหว่างที่สนทนากันนั้น ทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าเรือนสี่ประสาน
พวกเขาหยุดฝีเท้าลง ไม่ได้เอ่ยปากร้องเรียก แต่กลับเดินมาหน้าประตูแล้วเคาะที่ประตูสามครั้งดัง ‘ก๊อกๆๆ‘
“แกร็ก”
เสี่ยวไป๋เปิดประตูออก เมื่อเห็นว่าเป็นจักรพรรดิลั่วและลั่วซืออวี่ ก็เอ่ยว่า “ยินดีต้อนรับ”
“สวัสดี เสี่ยวไป๋” จักรพรรดิลั่วและลั่วซืออวี่แย้มยิ้มอย่างเป็นมิตรให้เสี่ยวไป๋ ก่อนจะเดินเข้าไปในเรือนสี่ประสานอย่างนบนอบ
หลี่เนี่ยนฝานซึ่งกำลังแปรงฟันมองเห็นทั้งสอง ก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “โอ้ นึกไม่ถึงว่าแขกพิเศษจะมาเช้าขนาดนี้”
มุมปากสองข้างของเขาเปื้อนฟองขาว ใช้แปรงสีฟันแปรง