ทันทีที่มองไป สมองของเขาก็พลันดังก้องกัมปนาท คำว่าฟ้าดินสองคำบนกระดานหมากดึงดูดความคิดของเขาเข้าไปประหนึ่งวังน้ำวน
แต่ทว่าเขาย่อมคุ้นเคยกับวิถีหมาก จึงสูดลมหายใจเข้าลึก ประคองสติสัมปชัญญะให้มั่นคง
ชั่วขณะนั้น ภาพที่เขามองเห็นนั้นแตกต่างจากคนอื่น มิได้อยู่ในโลกบนกระดานหมากอีกต่อไป แต่กลับเห็นว่ากระดานหมากคล้ายกับแผ่กว้างสุดลูกหูลูกตา ขยายไปทั้งผืนพิภพ ในที่สุดก กระดานหมากนี้ก็โอบล้อมฟ้าดินไว้จริงๆ
โลกใบนี้ใหญ่โตมโหฬาร ใหญ่โตถึงขั้นที่เขาเป็นนักหมากล้อม ก็ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มเดินอย่างไร
ความรู้สึกนี้ก็เหมือนการที่ อยู่ๆ ปุถุชนคนหนึ่งก็จับพลัดจับผลูได้มาครอบครองแว่นแคว้นแห่งหนึ่ง ย่อมไม่รู้ว่าควรปกครองอย่างไร
ตึงๆๆ!
ทำนองมรรคมหาศาลเข้าโจมตีเขาระลอกแล้วระลอกเล่า หมายจะกลืนกินให้เขาจมลง ทำให้เขายอมแพ้ตรงนั้น
นี่คือสภาวการณ์ฟ้าดินหรือ
ใช้ฟ้าดินเป็นหมากย่อมต้องถูกโจมตีจากสภาวการณ์ฟ้าดินอันไร้ที่สิ้นสุด
ถ้าหากทำนองมรรคาในกายไม่เพียงพอ ก็จะแหลกสลายไปในชั่วพริบตา!
ในใจของนักพรตเทียนเหยี่ยนทั้งหวั่นกลัวทั้งตื่นเต้น เขาจับจ้องไปยังกระดานหมากเขม็ง คล้ายกับกำลังเสาะหาตำแหน่งวางหมาก
นี่เป็นโอกาสที่ปรมา