ึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเดินหมาก…”
“ขอถามคุณชายหลี่ว่าคือนิทานเรื่องอะไรหรือ” นักพรตเทียนเหยี่ยนตั้งใจสดับรับฟัง
หลินมู่เฟิงและผู้เฒ่าซุนก็หูผึ่ง เผยสีหน้าคาดหวังไม่แพ้กัน
สิ่งที่ปรมาจารย์เล่านั้นย่อมไม่ธรรมดา
หลี่เนี่ยนฝานเห็นท่าทางจริงจังของพวกเขา ก็ทำได้เพียงเล่าต่อ ”มีคนคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นปุถุชน แต่ก็ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาซึ่งถูกผู้อื่นควบคุม จึงเดินทางเข้าป่าลึก เสาะ ะหาและประลองหมากกับเทพเซียน จนท้ายที่สุดก็ใช้ชีวิตของตนเองเป็นหมากตัวสุดท้าย วางลงไปบนกระดานหมาก!”
เนื้อเรื่องต้นฉบับนั้นยาวจนเขาขี้เกียจเล่า จึงเล่าเพียงใจความสำคัญโดยสรุป
ทว่า ต่อให้เป็นเช่นนี้ ก็ยังทำให้ทั้งสามสมองชาวาบ ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง!
ถึงแม้หลี่เนี่ยนฝานจะบอกว่าเล่านิทาน แต่หากไม่ได้เป็นคนโง่เขลาย่อมไม่มีทางคิดว่าเป็นนิทานทั่วไป!
หรือว่าจะเป็นเรื่องราวของปรมาจารย์เอง ไม่ก็สิ่งที่ปรมาจารย์ประสบพบเจอมา เช่นเดียวกับบันทึกท่องประจิม?
ไม่ยินยอมให้ผู้อื่นควบคุมโชคชะตาของตน ไม่ได้หมายถึงไม่ยินยอมพร้อมใจเป็นตัวหมากหรอกหรือ?
อีกทั้งเสาะหาและประลองหมากกับเทพเซียน หมายความว่าจากเพียงตัวหมากกลายเป็นผู้เล่น จำต้องมีความอาจหาญระด