มิได้อ่อนแอ
ผู้เฒ่าผมขาวโพลนคนหนึ่งเอ่ยปาก “สหายทุกท่าน การบำเพ็ญเซียนนั้นไม่ง่าย เข้าไปในแดนเร้นลับครั้งนี้เข้าไปต่างคนต่างพึ่งพาโชค อย่าได้แตกความเป็นหนึ่งเดียว สหายคิดว่าอย่างไร”
“ข้าเห็นด้วย!”
“เห็นด้วย!”
ทุกคนล้วนพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน
ผู้เฒ่าซุนกล่าวแนะนำกับหลินมู่เฟิงว่า “นี่คือผู้เฒ่าชิงหยาง ขั้นเหอถี่เต็มระดับ มีอำนาจน่าเกรงขามในแถบนี้
แดนเร้นลับแห่งนี้เขาก็เป็นผู้ค้นพบ”
หลินมู่เฟิงพยักหน้า “หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะลดความยุ่งยากไปได้บ้าง”
ผู้เฒ่าชิงหยางพยักหน้าให้ผู้คนอย่างเป็นมิตร ก่อนจะลงมือร่ายเวท ยกนิ้วขึ้นชี้ไปยังกำแพงศิลา
ครืน!
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของฝูงชน ผนังศิลาก็ส่องแสงเจิดจรัส จากนั้นก็เริ่มสั่นไหวขึ้นเรื่อยๆ
แสงนั้นสว่างขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ว่ากำแพงไม่ได้เปิดออก หนำซ้ำยังก่อเกิดรูปภาพดูแปลกตา แต่ละเส้นตัดพาดผ่านกัน บนรอยต่อยังมีจุดกระจัดกระจาย เห็นได้ชัดว่าเป็นการประลองหมาก
สายตาของทุกคนพลันเคร่งขรึม ดวงตาเป็นประกายวาบยามจ้องมองประตูศิลาบานนั้น สีหน้าฉายแววคล้ายขบคิดบางอย่าง
หลินมู่เฟิงมียังนับว่ามีสีหน้าปกติ กระนั้นยามที่เห็นหมากกระดานนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันใด
นัยน์ตาของเขา