ให้พวกเราย่อมนับว่าเป็นโชค หากไม่ให้ พวกเราก็ไม่อาจบากหน้าไปวอนขอ! เมื่อครู่ข้าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องบอกปัดไปสักคำรบจึงจะตอบรับ ไหนเลยจะเสียมารยาทอย่างเจ้า! ครั้งหน้าระวังสักหน่อย เข้าใจไหม”
หลินชิงอวิ๋นแลบลิ้น รู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ จึงพูดขึ้นอย่างระแวง “ท่านพ่อ ข้าผิดไปแล้ว คุณชายหลี่จะโกรธไหมนะ”
หลินมู่เฟิงผ่อนลมหายใจแผ่วเบา “ความคิดของปรมาจารย์ ผู้ใดเล่าจะหยั่งรู้ พวกเราตามไปช่วย หวังว่าจะกู้ภาพลักษณ์ในใจของปรมาจารย์ได้”
พวกเขาเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง กล่าวกับหลี่เนี่ยนฝานอย่างนบนอบ “คุณชายหลี่ มีสิ่งใดให้พวกข้าช่วยไหม”
หลี่เนี่ยนฝานชำเลืองมองกองฟืนซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะยิ้มพลางส่ายหน้า “ผู้มาเยือนนับเป็นแขก พวกท่านไปนั่งรอก็พอแล้ว”
“ได้ที่ไหนกัน พวกข้าจะมารอกินอย่างเดียวไม่ได้”
หลินมู่เฟิงพอจะจับความได้ จึงสาวเท้าไปยังกองฟืนด้านข้าง พับแขนเสื้อขึ้น “คุณชายหลี่ งานผ่าฟืนประเดี๋ยวข้าจัดการเอง!”
หลี่เนี่ยนฝานเห็นเขากระตือรือร้นเช่นนี้ ก็ไม่พูดอะไรอีก ทำได้เพียงรำพันในใจว่า ผู้บำเพ็ญเซียนที่ตนได้รู้จักนั้นช่างเป็นคนดีเหลือเกิน!
หรือว่าจะเป็นสูตรโกงของ