พวกท่านมีลาภปากแล้ว”
“นายท่าน อาหารจวนจะเสร็จแล้วขอรับ” เสียงของเสี่ยวไป๋ดังมาทันท่วงที
ในตอนนั้น เขาก็ยกหม้อดินใบยักษ์ใหญ่เดินออกมา ในน้ำแกงใส่เครื่องเทศหลายหลากชนิด เห็ดและเครื่องอื่นๆ ล้วนถูกหั่นเป็นแผ่นๆ อย่างประณีต เหลือรอเพียงน้ำเดือดเท่านั้น
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มบาง “ดูแล้วเวลาประจวบเหมาะพอดี พวกท่านนั่งรอสักประเดี๋ยว ข้าจะไปดูสักหน่อย”
หลินชิงอวิ๋นจึงได้จังหวะกระซิบบอกหลินมู่เฟิง “ท่านพ่อ ท่านเกือบพลาดโอกาสสำคัญไปแล้ว!”
“โอกาสอันใดหรือ” หลินมู่เฟิงงุนงงอยู่บ้าง ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม “เจ้าตอบรับไปเช่นนั้นเสียมารยาทเกินไป ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ระวังจะไปทำให้ปรมาจารย์ขุ่นเคือง!”
“ท่านพ่อ ท่านลืมที่ข้าเคยบอกกับท่านไปแล้วหรือเจ้าคะ เรื่องที่ครั้งก่อนลั่วซืออวี่กินข้าวต้มเปล่าแล้วทะลวงขั้นสำเร็จน่ะ” หลินชิงอวิ๋นเอ่ยอย่างคาดหวัง “สิ่งที่ปรมาจารย์กินจะเป็นของธรรมดาได้หรือ ย่อมต้องเป็นของดีอยู่แล้ว!”
ดวงตาของหลินมู่เฟิงเป็นประกายขึ้นในทันใด บ่งบอกว่ากระจ่างในสิ่งที่นางพูด
กระนั้นก็ยังคงส่ายหน้า เอ่ยตำหนิว่า “เจ้ายังไม่เข้าใจดีพอ! ต่อให้เป็นโอกาสครั้งใหญ่ก็ไม่อาจทำเช่นนี้! โอกาสเป็นของปรมาจารย์ เขามอบ