ี่ยิ้ม “ข้าเข้าใจแล้ว!”
“เป็นไปได้มากว่าปรมาจารย์จะกลับคืนสู่สามัญ! เหนือกว่าเซียน ไม่แน่ว่าอาจสำเร็จมรรคผลไปแล้ว สำหรับเขาแล้วเซียนและปุถุชนมิได้แตกต่างกัน ในสายตาของเขาทรัพย์สมบัติล้ำค่าและสิ่งของธรรมดาสามัญนั้นเหมือนกัน”
“นั่นเทียบได้กับที่ปุถุชนชอบหาเงิน ทว่าหากปุถุชนคนหนึ่งมาพูดมากความเรื่องเงินต่อหน้าเจ้า เจ้าย่อมรู้สึกรำคาญใจ นั่นเป็นเพราะพวกเจ้ามิได้อยู่ในระดับเดียวกัน เช่นเดียวกับผู้บำเพ็ญเซียนอย่างพวกเรา ในสายตาของปรมาจารย์ย่อมไม่ชอบสิ่งที่พวกเราทำเช่นกัน”
น้ำเสียงของหลินมู่เฟิงเปี่ยมความเศร้าหมอง “ระดับของปรมาจารย์นั้นเกินกว่าที่พวกเราจะเข้าใจ เขาทำเช่นนี้ย่อมมีความหมายลึกซึ้ง สิ่งเดียวที่พวกเราควรทำก็คือตามน้ำไป! ทำจิตใจให้มั่นคง ห้ามทำให้ปรมาจารย์ขุ่นเคืองเป็นอันขาด!”
ไม่ทันไร เรือนสี่ประสานก็ปรากฏแก่สายตา “ท่านพ่อ ที่นี่แหละเจ้าค่ะ”
หลินมู่เฟิงพยักหน้า กล่าวอย่างประหลาดใจ “คล้ายจะเร้นลับแต่ไม่เร้นลับ คล้ายจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา สม
แล้วที่เป็นที่พำนักของปรมาจารย์”
หลินชิงอวิ๋นค่อยๆ ย่างกายเดินไป เอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “คุณชายหลี่อยู่บ้านหรือไม่”
ไม่นาน ก็มีเสียงดัง ‘แกร็ก’ ประตูใหญ่ถึงเปิดออก
ต๋าจ