ี่ยื่นหน้าออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นหลินชิงอวิ๋นก็เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เป็นท่านเองหรือ?”
หลินชิงอวิ๋นย่อมรู้จักต๋าจี่ จึงรีบคำนับ “ชิงอวิ๋นคำนับแม่นางต๋าจี่”
นางเป็นถึงจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางแปลงกาย ทั้งยังได้อยู่ข้างกายปรมาจารย์ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ล้วนจัดว่าเป็นผู้ที่ไม่อาจล่วงเกินเป็นอันขาด
หลินมู่เฟิงก็รู้ตัวตนของต๋าจี่ จึงรีบกล่าวว่า “ข้าเป็นพ่อของชิงอวิ๋น มีนามว่าหลินมู่เฟิง คำนับแม่นางต๋าจี่”
ต๋าจี่คลี่ยิ้มบาง “ไม่ต้องเกรงใจ ครั้งก่อนต้องขอบคุณที่ท่านมอบโอสถวิเศษเหล่านั้นให้ เข้ามาก่อนเถิด”
“รบกวนแล้ว”
หลินชิงอวิ๋นและหลินมู่เฟิงค่อยๆ เดินเข้าไปยังเรือนสี่ประสานด้วยจิตเปี่ยมความเลื่อมใสระคนกระวนกระวาย
เมื่อเทียบกับคราก่อนซึ่งหลินชิงอวิ๋นมาที่นี่ เรือนหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปมากโข
ในเรือน สุนัขสีดำตัวใหญ่นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่มุมหนึ่งอย่างสงบเงียบ
สถานที่ซึ่งมีสายน้ำรินไหล มีภูเขาจำลองสีเขียวมรกตลูกหนึ่งตั้งตระหง่าน จรัสแสงงามตา
โดยรอบปลูกไม้ประดับนานาพันธุ์ ทั้งไม้ดอกแปลกตาหญ้าหายาก ให้ดอกออกผล เสี่ยวไป๋กำลังถือบัวรดน้ำรด
พืชพรรณเหล่านั้น
ช่างเปี่ยมสุนทรีย์และความอิสรเสรีดังภาพอันวิจิตรงดงา