จะไม่ได้เล่า” หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกน่าขันอยู่บ้าง ท่าทีของผู้เฒ่าคนนี้สุดยอดไปเลย
ฟู่ ฟู่
เหยาเมิ่งจีรีบควบคุมลมหายใจ ลอบพูดกับตนเองว่า “นิ่งไว้ ข้าต้องนิ่งไว้ ห้ามมีท่าทีตื่นอกตกใจต่อหน้าปรมาจารย์เด็ดขาด”
นัยน์ตาของเขาจ้องฉินโบราณตัวนั้นเขม็งจนนิ่งราวกับเป็นรูปเคารพ ฝีเท้าค่อยๆ ก้าวไปยังฉินโบราณ
นี่มันอาวุธเซียนเชียวนะ!
ไม่สิ! น่าจะเหนือกว่าอาวุธเซียนด้วยซ้ำ!
สิ่งของระดับเทพ ข้าเล่นได้ด้วยหรือนี่
เขารู้สึกประหนึ่งตนกำลังอยู่ในห้วงแห่งความฝัน สมองขาวโพลน ขอบตามีน้ำตาคลอหน่วย
ฉินโบราณเช่นนี้ ได้เห็นสักคราก็ไม่เสียดายชีวิตนี้แล้ว ยิ่งถ้าหากได้ใช้บรรเลงบทเพลง ต่อให้สำเร็จเป็นเซียนก็ไม่
อาจนำมาแลกได้!
สมแล้วที่คุณชายหลี่เป็นปรมาจารย์ผู้ไร้เทียมทาน ถึงกับยินดีให้คนต่ำต้อยอย่างข้าบรรเลงฉินนี้ ชีวิตแก่ๆ นี้นับว่าคุ้มค่าแล้ว!
เหยาเมิ่งจีนั่งตรงหน้าฉินโบราณ ยื่นมืออันสั่นเทาออกมา ราวกับปรารถนาจะสัมผัสคนรักของตนก็มิปาน แต่กระนั้นก็กลัวว่ามือของตนจะทำให้เสื้อผ้าของคนรักเปรอะเปื้อน จึงลังเลไม่ยอมขยับ
ในตอนนั้นเอง เขาก็บังเกิดความรู้สึกว่าบุรุษยอมสละชีพเพื่อสหายรัก
การได้เป็นตัวหมากของคุณชายหลี่น