นักไป๋แล้ว ยังมีผู้ฝึกกระบี่อีกท่านหนึ่งที่เป็นเช่นนี้ เขามีนามว่าจ้าวซานเหอ แม้อายุจะมากพอควร ทว่ายังยืนหยัดอยู่แนวหน้า นับว่าหาได้ยากนัก
ทั้งสองได้รับยกย่องว่าเป็นสหายกระบี่คู่ ผู้คนสรรเสริญไม่หยุดหย่อน
ไป๋อู๋เฉินพยักหน้ากับผู้คนอย่างเย็นชา จากนั้นก็เอ่ยว่า “ทุกท่าน บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างไปร้อยลี้ ปรากฏร่องรอยของจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง ครั้งนี้เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่พูดมากความ ทุกท่านรีบไปเร็ว!”
“ในที่สุดก็หาจิ้งจอกเก้าหางพบแล้วหรือ”
“ขอขอบคุณข้อมูลจากเจ้าสำนักไป๋ ภายภาคหน้าอย่าลืมมาเป็นแขกที่อารามปี้โหยว”
“ข้อมูลสำคัญเช่นนี้เจ้าสำนักไป๋ยังยินดีแบ่งปัน อันที่จริงทำให้พวกข้ากระดากใจยิ่งนัก น้ำใจครั้งนี้ ข้าจะจดจำขึ้นใจ”
ไป๋อู๋เฉินสีหน้าเรียบเฉย แสดงมาดของประมุขสำนัก “ทุกท่านเกรงใจแล้ว รีบออกเดินทางเถิด”
ไม่ทันขาดคำ ลำแสงนับไม่ถ้วนก็พุ่งไปยังทิศทางนั้น
อีกด้านหนึ่ง จ้าวซานเหอก็ขี่กระบี่เคลื่อนมา พลางป่าวประกาศว่า “จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางปรากฏตัวแล้ว โอกาสมาถึงแล้ว รีบตามข้าไปดูเร็ว!”
ไม่ทันไร ผู้บำเพ็ญเซียนอีกโขยงใหญ่ก็ถูกชักนำไป
ราชวงศ์เซียนเฉียนหลงเองก็คอยลอบเติมเชื้อไฟอยู่เช่นกัน ในชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนนับไม่ถ้วนก็ไปรวมตัวกันที่นั่นโดยมิได้นัดหมาย
เพียงแต่ว่า พวกเขายังไม่ทันได้ไปถึง
ก็มีเสียงแก่ชราดังมาจากที่แห่งนั้น ฟังดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าผู้ใด
“จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางเล่า หนีไป