ตาจับจ้องเขม็งอยู่ที่ไม้ไผ่ท่อนนั้น จ้องจนดวงตาแทบถลนออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เขาซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ก็พลันลุกพรวดราวกับเด้งขึ้นมา พุ่งชนกำแพงผลึกแก้วตรงหน้าเต็มแรง!
ผนังผลึกแก้วถึงกับอยู่ในสภาวะของเหลว นูนออกมาเป็นรูปร่างคนประหนึ่งฟองน้ำ
เสียง ‘โป๊ะ!’ ดังครั้งหนึ่ง
ผู้เฒ่าหนวดขาวผมขาวโพลนยุ่งเหยิงก็ปรากฏกายต่อหน้าฉินม่านอวิ๋น
เขาฉวยไม้ไผ่ท่อนนั้นมา น้ำเสียงสั่นเทา “ให้ข้าดูหน่อย ให้ข้าดูหน่อย”
สองมือของเขาลูบคลำไม้ไผ่นี้ไม่หยุด ดวงตามีน้ำตาคลอหน่วยด้วยความตื่นเต้น เอ่ยสะอึกสะอื้น “เป็นไผ่ประจักษ์มรรคา เป็นไผ่ประจักษ์มรรคาจริงๆ ด้วย!”
คิดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้จะยังมีโอกาสได้เห็นไผ่ประจักษ์มรรคา เหมือนฝันเหลือเกิน
นอกจากนั้น ถึงแม้ว่าไผ่ประจักษ์มรรคานี้จะสั้นไปสักหน่อย แต่คุณภาพนับว่าดีกว่าไผ่ท่อนนั้นที่อาจารย์นำกลับมา ดีกว่ามากเสียด้วย!
ไผ่นั้นของอาจารย์ ยามที่นำกลับมาก็ได้รับความเสียหายไปมากแล้ว คล้ายกับว่าจะถูกอัสนีบาตสวรรค์ฟาดใส่จนดำมิดหมีไปทั้งต้น ไม่เช่นนั้นตอนนี้ฉินจิตสวรรค์ก็คงไม่พังเช่นนี้หรอก
ไผ่ประจักษ์มรรคาท่อนนี้ มีคุณค่าต่ออารามเต๋าหลินเซียนมากโข
ของล้ำค่าเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สวรรค์ประทานมาหรืออย่างไร
อาจารย์ของฉินม่านอวิ๋นกล่าวอย่างตื่นเต้น “ม่านอวิ๋น ไผ่ท่อนนี้เจ้าได้แต่ใดมา”
“ข้าได้มาจากปรมาจารย์ท่านนั้น” ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยตอบ
อาจารย์ของนางเอ่ยด้วยความเหลือเชื่อ “ปรมาจารย์ท่า