างฉันด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย
ผูกไมตรีจิตต่อกันไว้ เขาก็จะมั่นใจในความปลอดภัยของตนเองได้มากขึ้นอีกหลายส่วน
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มเอ่ย “เชิญ เชิญเข้ามาเถิด”
“คุณชายหลี่ พวกข้าพบว่าละแวกนี้มีอัสนีบาตผ่าลงมาหลายสาย รู้สึกเป็นห่วงท่าน จึงรุดมาที่นี่” หลินชิงอวิ๋นบอก
“อัสนีบาตนั่นก็ไม่ใช่ของดีอะไรนักหนา!” หลี่เนี่ยนฝานใบหน้าขึงขัง ขมวดคิ้วมุ่น “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก แต่มัน
กลับทำให้ผู้ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พลอยบาดเจ็บไปด้วย คนที่ปล่อยอัสนีบาตลงมาโดยไม่แยแสชีวิตผู้อื่นเช่นนี้น่ะ น่ารังเกียจจะตายไป!”
คำพูดนี้ผ่านหูทุกคนตรงนั้นดุจเสียงฟ้าคำราม ทำให้ลมหายใจของพวกเขาหยุดชะงัก ตื่นตระหนกจนขนลุกซู่
ด่านเคราะห์สวรรค์เป็นสิ่งที่สวรรค์ประทานลงมา ผู้ที่กล้าด่ากราดบริภาษสวรรค์เช่นนี้ แต่อดีตจวบจนบัดนี้ก็เห็นจะมีคุณชายหลี่แค่คนเดียว!
พวกเขาเม้มปาก ไม่กล้าแม้แต่จะพูดออกมา
เงยหน้ามองฟ้าอย่างระแวดระวัง เมื่อพบว่าโดยรอบนับหมื่นลี้ไร้ซึ่งหมู่เมฆ ก็พลันถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก หดคออย่างอ่อนแรง
ไม่ว่าจะเป็นคุณชายหลี่หรือว่าสวรรค์ ก็ล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่ามกลางเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ไม่อาจล่วงเกินผู้ใดทั้งนั้น พวกเขาล้วนหนักใจนะเนี