ระโลม
เขาแอบดีใจอยู่ลึกๆ
ในเมื่อสูญเสียความทรงจำ งั้นนางก็ต้องรั้งอยู่ที่นี่ อาศัยอยู่กับเขาก็สมเหตุสมผล
เมื่อใคร่ครวญว่าหากไม่มีชื่อย่อมไม่สะดวกนัก หลี่เนี่ยนฝานจึงเสนอว่า “ไม่สู้ข้าเรียกเจ้าว่าต๋าจี่ก่อนก็แล้วกัน”
ดวงตาของต๋าจี่เป็นประกายน้อยๆ นางดีใจกับชื่อนี้เหลือเกิน ใบหน้าพลันแดงระเรื่อ “ขอบคุณที่คุณชายมอบชื่อให้”
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มบาง “พักผ่อนเถอะ ข้าจะไปต้มยาให้เจ้า”
หลี่เนี่ยนฝานเดินออกจากห้องไปเรียกเสี่ยวไป๋ ให้เสี่ยวไป๋ไปหยิบยาที่หลังเรือน จากนั้นก็เริ่มต้มยารักษาอาการบาดเจ็บของต๋าจี่
ขณะเดียวกันนั้นเอง
ที่เชิงเขา พวกลั่วซืออวี่ หลินชิงอวิ๋น และไป๋อู๋เฉินก็พบกันโดยมิได้นัดหมาย
“หลินชิงอวิ๋น เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” ลั่วซืออวี่มองหลินชิงอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ
หลินชิงอวิ๋นยิ้มน้อยๆ ตอบอย่างลำพองใจ “แน่นอนว่าข้ามาเยี่ยมเยือนท่านปรมาจารย์”
ลั่วซืออวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ช่วงนี้ราชวงศ์เซียนเฉียนหลงสาละวนอยู่กับเรื่องของราชครูและอัครมหาเสนาบดี นางไม่ได้หาเวลาว่างมาเยี่ยมเยียนหลี่เนี่ยนฝานเลย
นึกไม่ถึงว่าหนึ่งเดือนมานี้ หลินชิงอวิ๋นถึงกับไม่ได้กลับไป ทั้งยังมาผูกมิตรกับปรมาจารย์แล้วด้วย