จักรพรรดิเองก็ตื่นอกตกใจที่เห็นไป๋อู๋เฉินและจ้าวซานเหอ
“เจ้าสำนักไป๋ เจ้าสำนักจ้าว พวกท่านทะลวงขั้นแล้วหรือ”
ไป๋อู๋เฉินและจ้าวซานเหอส่งยิ้มให้กัน “ถวายบังคมจักรพรรดิลั่ว”
เฮือก
จักรพรรดิหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อไป๋อู๋เฉินกับจ้าวซานเหอพบตน จะต้องเรียกตนว่าผู้อาวุโส นอกจากนั้นแล้วสำนักของพวกเขาอยู่ในดินแดนใต้อาณัติของตน ถึงกับทะลวงขั้นโดยไร้สุ้มไร้เสียงเช่นนี้เลยหรือ
ทะลวงขั้นชูเชี่ยวง่ายดายเช่นนี้เสียเมื่อไหร่กัน
“โชคดีที่ได้ปรมาจารย์ชี้แนะ” ไป๋อู๋เฉินเอ่ย
จักรพรรดิดวงตาเบิกกว้าง ถึงแม้เขาจะรู้แต่แรกแล้วว่าพลังของปรมาจารย์นั้นสูงส่ง แต่ยามนี้ถึงได้ค้นพบว่าตนเองประเมินพลังของปรมาจารย์ต่ำไปมากเหลือเกิน
กลุ่มคนทั้งหมดขึ้นเขาไปพร้อมกัน
เดินไปพูดคุยกันไป
เมื่อรู้ว่าปรมาจารย์เล่าเรื่องบันทึกท่องประจิมในภัตตาคาร จักรพรรดิและลั่วซืออวี่ก็ลอบทอดถอนใจพร้อมกัน
ปรมาจารย์มาสอนสั่งถึงตรงหน้า ตนเองกลับพลาดไป ไม่มีสิ่งใดในโลกมนุษย์ที่เจ็บปวดไปกว่าการพลาดโอกาสสำคัญเช่นนี้แล้ว
ถึงแม้ตนจะแก้วิกฤตในราชวงศ์เซียนเฉียนหลงได้สำเร็จ แต่เมื่อเทียบกับเรื่องนี้ ก็เหมือนกับการเก็บเมล็ดงาแต่ทิ้งผลแตงโมอย่าง