เมื่อเอ่ยถึงกินข้าว ทุกคนจึงได้สติจากความตื่นตะลึงในโคลงคู่
จ้าวซานเหอะและไป๋อู๋เฉินสบตากัน เม้มปากด้วยสีหน้าซับซ้อน
พลังของปรมาจารย์ท่านนี้สูงส่งเหลือเกิน เกรงว่าแค่คำว่าเซียนคงไม่อาจพรรณนาเขาได้กระมัง
เรื่องอื่นไม่ต้องเอ่ยถึง ต่อให้ขอเพียงตัวอักษรเดียวจากเขาได้ ก็นับว่าเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว สามารถนำไปเก็บเป็นสมบัติสืบทอดของตระกูล ส่งต่อให้คนรุ่นหลัง
จ้าวซานเหอหัวใจคันยุบยิบชักจะทนไม่ไหว จึงกระซิบว่า “ไป๋อู๋เฉิน เจ้าได้ภาพเขียนนั่นมาจากคุณชายหลี่ไม่ใช่
หรือ เอามาให้ข้าดูหน่อยเร็ว”
“ตอนนี้เกรงว่าคงไม่ได้” ไป๋อู๋เฉินมีสีหน้าขมขื่น ดวงตามีน้ำตาเอ่อล้น
“ทำไมกัน มิตรภาพของพวกเรามีมานานเพียงนี้ เจ้ายังจะปิดบังข้าอีกหรือ ให้ดูสักหน่อยก็ไม่ได้” จ้าวซานเหอเอ่ย
อย่างเดือดดาล
“ไม่ใช่ข้าไม่ให้ แต่ภาพเขียนแผ่นนั้น…ถูกมารกระบี่ทำลายไปแล้ว” ไป๋อู๋เฉินพูดอย่างชอกช้ำ
“อะไรนะ!”
ใบหน้าแก่ชราของจ้าวซานเหอพลันแดงก่ำ โมโหจนเคราแทบชี้ขึ้นฟ้า ยกนิ้วชี้หน้าไป๋อู่เฉินบริภาษยกใหญ่ “เจ้ามันไม่ได้เรื่อง ของล้ำค่าเช่นนี้รักษาเอาไว้ไม่ได้ ไม่มีภาพวาดนั้นแล้ว เจ้ายังมายืนหน้าสลอน ไม่อายบ้างรึ!”
ไป๋อู๋เฉินในใจเจ