็บปวดราวกรีดเลือด สิ่งที่เขาไม่ยินดีทำมากที่สุดในชีวิตก็คือการนึกถึงเรื่องนี้ “ผู้เฒ่าจ้าว ท่านคิดว่าข้าอยากให้เป็นเช่นนี้หรือ ตอนนั้นข้าอยากจะตาย แต่ไม่ยอมให้ภาพนั้นเป็นอะไรเสียด้วยซ้ำ!”
เขามีอายุตั้งกี่ร้อยปีแล้ว เวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาเอ่อคลอ จวนจะร่ำไห้อยู่รอมร่อ
ภาพวาดนั้นทำให้สำนักเซียนวั่นเจี้ยนธำรงอยู่ได้เป็นหมื่นชาติเชียวนะ!
จ้าวซานเหอรู้ว่าไป๋อู๋เฉินเจ็บใจจริงๆ หากเปลี่ยนเป็นตนเอง ก็ย่อมรู้สึกย่ำแย่เช่นเดียวกัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงทอดถอนใจยาวๆ “เฮ้อ!”
“พวกท่านทั้งสองถอนหายใจทำไมหรือ ระหว่างกินข้าวควรทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นการดูแคลนอาหารเลิศรส” หลี่เนี่ยนฝานยิ้มพลางพูดกับพวกเขาสองคน
ผู้พูดมิได้ใส่ใจ ผู้ฟังกลับเข้าใจ
“คุณชายหลี่…”
ไป๋อู๋เฉินมองไปยังหลี่เนี่ยนฝาน ขอบตาแดงเรื่อ ดวงตาเอ่อท้นด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ
คุณชายหลี่กำลังเตือนเขาอยู่!
เขารู้แต่แรกเป็นแน่ว่าตนไม่อาจรักษาภาพวาดของเขาให้ดีได้ ในเมื่อยามนี้บอกให้ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว นัยยะแฝงของคำพูดก็คือไม่กล่าวโทษตนเองแล้ว
ฮือๆๆ คุณชายหลี่ใจกว้างเหลือเกิน!
ในชั่วพริบตาเดียว ไป๋อู๋เฉินก็บังเกิดความ