าเรื่อยๆ มุมปากของพวกเขายกขึ้นด้วยความเปรมปรีดิ์โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
หลี่เนี่ยนฝานมองพวกเขา อดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้
จำได้ว่าในโลกเดิมมีคำพูดติดปากว่า ‘การกินหม้อไฟทำให้คนลืมความทุกข์’
คิดไม่ถึงว่าจะใช้กับผู้บำเพ็ญเซียนได้เช่นกัน
ในการกินหม้อไฟ สิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ย่อมเป็นเนื้อม้วน
เนื้อม้วนแผ่นบางเฉียบ ถึงแม้จะได้รสสัมผัสที่ดี แต่กินเท่าไรก็ไม่พอ แรกเริ่มเดิมทีความสนใจนั้นล้วนจดจ่ออยู่ที่การสวาปามเนื้อ
มิหนำซ้ำยังเป็นเนื้อปีศาจอีกด้วย
กระนั้นแล้ว หลังจากกินไปสักพัก ไป๋อู๋เฉินก็รู้สึกว่าตนเองกินเนื้อเพียงอย่างเดียวออกจะดูไม่ดีนัก กลัวว่าปรมาจารย์จะไม่พอใจ จึงคีบผักกวางตุ้งชิ้นหนึ่งมาต้มลงในหม้อ
ปุดๆๆๆ
ไม่นาน ผักกวางตุ้งก็ลอยขึ้นมาพร้อมน้ำแกงเดือด
ไป๋อู๋เฉินคีบผักกวางตุ้งขึ้นมา จิ้มลงในน้ำจิ้มเฉกเช่นก่อนหน้า แล้วจึงใส่เข้าปากเคี้ยวกลืน
เอ๊ะ?
รสชาติของผักก็อร่อยนี่นา
ไป๋อู๋เฉินลิ้มลองอย่างละเมียดละไม
ถึงแม้จะไม่ทำให้รู้สึกทึ่งอย่างเนื้อม้วน แต่ก็มีรสชาติกลมกล่อมเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
กินเนื้อมากเกินไปอาจเลี่ยนได้ ทว่าผักยิ่งกินยิ่งอร่อย
กระนั้นแล้วผ่านไปไม่ทันไร ไป๋อู๋เฉินก็หยุดเคี้ยวลงฉับพลั