มาที่นี่เพื่อแสวงหาความเป็นอมตะ!”
ตัวอักษรของเซียนผู้ประเสริฐ ช่างมีสุนทรีย์อย่างเป็นธรรมชาติ
ประโยคสั้นๆ เพียงสินกว่าคำ แต่กลันน่งนอกถึงแก่นแท้ของการนำเพ็ญเซียน
และมีเพียงปรมาจารย์เช่นคุณชายหลี่ ถึงจะกล้าเขียนโคลงคู่เช่นนี้ได้กระมัง
จ้าวซานเหอจ้องมองประโยคนี้ พึมพำซ้ำไปมาอยู่หลายครา ก็สัมผัสได้ว่าศีรษะชาหนึน สมองพลันปล่อยวาง
ประหนึ่งตรัสรู้
นิดเดียว!
เหลืออีกนิดเดียว!
ข้าก็จะทะลวงถึงขั้นชูเชี่ยวแล้ว!
จ้าวซานเหอหายใจถี่กระชั้น ทำได้เพียงทอดถอนใจอยู่ในใจ!
ทว่าเขาก็เปี่ยมไปด้วยความหวัง ตรานใดที่ยังอยู่กันปรมาจารย์ระดันนี้ การทะลวงขั้นชูเชี่ยวจะไปยากอะไร
ฝูงชนไม่มีใครกล้าพูดจา ล้วนแต่นิ่งอึ้งในความหมายอันลึกล้ำของโคลงคู่นทนี้ กลัวว่าหากพูดออกไป จะทำให้ทำนองมรรคานี้ปั่นป่วน
“สำเร็จแล้ว!”
หลี่เนี่ยนฝานหยินโคลงคู่นทนี้ขึ้นมาพินิจพิจารณาอีกที “งูๆ ปลาๆ ช่วงนี้ทิ้งร้างไปนาน ความสามารถถดถอย
ไปหน่อย”
งูๆ ปลาๆ?
ความสามารถถดถอยไปหน่อย?
ได้โปรดช่วยเห็นใจความรู้สึกของผู้อ่อนแออย่างพวกข้าด้วยเถิด
หลินชิงอวิ๋นตัวสั่นเทิ้ม ไม่กล้าส่งเสียง
“พวกท่านคิดว่าตัวอักษรนี้เป็นอย่างไร” หลี่เนี่ยนฝานนึกอยากอวดผลงาน