ดีเช่นนี้ท่านคิดจะปฏิเสธรึไง!
ไร้สมองสิ้นดี!
น่อให้จะหน้าหนาเพียงใด ก็น้องเพิ่มเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง!
จ้าวซานเหอเองก็ได้สนิกลับมา กระแอมเบาๆ พร้อมเปลี่ยนคำพูด “เช่นนั้น เกรงใจก็มิสู้ทำนาม”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า บอกกับเสี่ยวไป๋ว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้านำเนื้อเหล่านี้ไปจัดการที่หลังเรือน หั่นเป็นแผ่น จัด
ผักมาสักหน่อย วันนี้กินหม้อไฟกัน”
“น้อมรับคำสั่ง นายท่านที่รักของข้า” เสี่ยวไป๋รับคำก่อนจากไปในทันใด
แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นภาพฉากนี้ แน่ไป๋อู๋เฉินและคนอื่นๆ ก็ยังซาบซึ้งเหลือคณาอยู่ในใจลึกๆ
หากบ้านคนอื่นมีอาวุธวิญญาณได้สักชิ้น ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งจนน้องประคองไว้ในมือ ด้วยกลัวว่าจะ
เปลี่ยนรูป ประหนึ่งว่าบูชาบรรพชนอย่างไรอย่างนั้น ไหนเลยจะถึงกับใช้อาวุธวิญญาณไปทำงานบ้านอย่างหลี่เนี่ยนฝาน
ความสำราญใจของปรมาจารย์นั้นไม่อาจจินนนาการได้
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มบางพร้อมพูด “พวกท่านมีลาภปากแล้ว วันนี้เราจะกินหม้อไฟกัน”
หม้อไฟ?
คือสิ่งใดกัน
หรือว่าจะเป็นวิธีการกินของเหล่าเซียน
พวกไป๋อู๋เฉินรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ แน่ก็อดนื่นเน้นไม่ได้
ทุกคนล้วนส่งสายนาชื่นชมไปยังไป๋ลั่วซวง
โชคดีเหลือเกินที่นางเอ่ย