ไป๋อู๋เฉินยิ้มขื่น ในใจอมทุกข์
ไฉนก่อนหน้านี้ตนถึงไม่ตื่นรู้ในเจตนาของปรมาจารย์ ถึงกับไม่ได้จองภัตตาคารให้ปรมาจารย์ล่วงหน้า แต่กลับปล่อยให้หลินชิงอวิ๋นตัดหน้าไปเสียได้ ปรมาจารย์กำลังเตือนเขาอยู่!
ผู้เฒ่าจ้าวสังเกตเห็นว่าไป๋อู๋เฉินทอดถอนใจเป็นพักๆ จึงรู้สึกระแวงยิ่งกว่าเดิม ตั้งใจฟังเรื่องราวที่หลี่เนี่ยนฝานเล่า
ขณะนั้น เขาเล่ามาถึงตอนที่พระอาจารย์ผู่ถีถ่ายทอดคัมภีร์ให้ซุนหงอคงอยู่
“พระอาจารย์กล่าวว่า ‘บัดนี้เจ้ามีชะตา ข้าก็ยินดี ในเมื่อตีความในปริศนาออก เจ้าจงขยับขึ้นมา เงี่ยหูสดับให้ดี ข้าจักบอกซึ่งวิถีอายุวัฒนะแก่เจ้า’ หงอคงโขกศีรษะขอบคุณ ฟังอย่างจดจ่อ คุกเข่าบนอาสนะ…”
มีชะตา?
ยินดี?
วิถีอายุวัฒนะ?
หลินชิงอวิ๋น ไป๋อู๋เฉิน และผู้เฒ่าจ้าวล้วนชะงักงัน ส่วนลึกของดวงตาประกายวาบความตื่นเต้นระคนตกใจ
ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย
บรรยายวิถีอายุวัฒนะได้จริงหรือ
ในใจของพวกเขาเชื่อมั่นว่าปรมาจารย์ท่านนี้หยิบยืมคำพูดของพระอาจารย์ผู่ถีมาถ่ายทอดให้ตน บอกเป็นนัยว่าพวกตนมีชะตา
โดยเฉพาะผู้เฒ่าจ้าว เขาเป็นไม้ใกล้ฝั่ง อยู่ดีๆ ก็ได้มาฟังวิถีอายุวัฒนะ แม้แต่ลมหายใจก็พลันชะงักไปอย่างห้ามไม่อยู่
มือซึ่งถือพู่กันของเมิ่งจวินเหล