“เล่าเพียงเท่านี้พอ ข้าเองก็พูดเยอะไม่ได้ ท่านจะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้ ข้าช่วยท่านได้เพียงเท่านี้” ไป๋อู๋เฉินกล่าวราบเรียบ
เขารู้ว่าปรมาจารย์ท่านนั้นรอบรู้ จึงเอ่ยอย่างแน่วแน่ ถ้าหากไม่ชอบให้ผู้อื่นพูดถึงตนเองลับหลัง เช่นนั้นตนเองชะตาอาจถึงฆาตได้ ดังนั้นจึงไม่กล้าเล่าต่อ
ผู้เฒ่าจ้าวมองไป๋อู๋เฉินอย่างคลางแคลงใจ พูดด้วยความจริงจัง “แน่ใจหรือว่าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง”
“แน่ใจเสียยิ่งว่าแน่ใจ!” ไป๋อู๋เฉินพยักหน้า
“ฟู่”
ภายนอกผู้เฒ่าจ้าวสีหน้าเรียบเฉย แท้จริงแล้วในใจกลับตกตะลึง
หากนี่เป็นเรื่องจริง เช่นนั้นปรมาจารย์ท่านนี้ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว หรือว่าจะเป็นเซียนลงมาจุติบนโลกมนุษย์
ผู้เฒ่าจ้าวตระหนักได้ทันใด นี่คือโอกาสของตน!
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปกับเจ้า หากเจ้ากล้าหลอกลวงข้า คนแก่ๆ อย่างข้าจะสู้กับเจ้าสักตั้ง” ผู้เฒ่าจ้าวกล่าว
วันต่อมา ท้องฟ้ายังคงลางสลัว ไป๋อู๋เฉินก็พาผู้เฒ่าจ้าวและคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังเมืองลั่วเซียนพร้อมกัน
ไป๋อู่เฉินไม่กล้ารบกวนหลี่เนี่ยนฝาน เพื่อที่จะแสดงความจริงใจ เขามาถึงประตูเมืองของเมืองลั่วเซียนแต่เช้า เฝ้ารอหลี่เนี่ยนฝานมาถึงด้วยความเคารพ
ทว่า ครั้นพวกเขามาถึงเมืองลั่วเ