ซียน หลิงชิงอวิ๋นก็มารออยู่ก่อนแล้ว
ทั้งสองฝ่ายยิ้มทักทาย ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
แต่บนเขา หลี่เนี่ยนฝานกำลังละเลียดอาหารเช้าอย่างเพลิดเพลิน พักผ่อนให้สำราญใจสักพัก แล้วค่อยเดินลงจากเขา
ทันทีที่มาถึงเชิงเขา เงาร่างสายหนึ่งก็เข้ามาขวางทางเขาไว้
เป็นบัณฑิตคนเมื่อวาน
ความสับสนในดวงตาเขาหายลับไป กลายเป็นแววระยับ แฝงไปด้วยความตื่นเต้น
เขาค้อมกายต่ำให้หลี่เนี่ยนฝาน พร้อมพูด “คุณชายหลี่ ข้ากระจ่างแล้ว! ขอบคุณสำหรับคำสั่งสอนเมื่อวาน!”
“เจ้ากระจ่างแล้ว?” หลี่เนี่ยนฝานมองเมิ่งจวินเหลียง รู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง
เมิ่งจวินเหลียงเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “สิ่งที่คุณชายหลี่หมายถึงก็คือทุกสรรพสิ่งล้วนมีหลักวัฏจักรของตัวเอง มีเพียงการเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงเท่านั้น จึงจะประจักษ์แก่หลักของโลก เฉกเช่นการเกิดแก่เจ็บตายของปุถุชน มีเพียงไปสัมผัสและเข้าใจก่อน จึงจะก้าวข้ามกฎเหล่านั้นได้!”
แต่เจ้าก็ยังอยากเป็นอมตะอยู่ดีนั่นแหละ
หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกเหนื่อยใจอยู่บ้าง เมื่อวานตนเองเกือบชี้หน้าด่าเขาไปแล้วว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องยอมรับความคิด เลิกเพ้อฝันได้แล้ว
“เจ้าแน่ใจหรือว่าข้าหมายความว่าอย่างน