ั้น” หลี่เนี่ยนฝานถามอย่างจนปัญญา
“ปรัชญาของคุณชายหลี่ย่อมไม่ธรรมดา ข้ากระจ่างแจ้งเพียงเปลือกนอกเท่านั้น” เมิ่งจวินเหลียงพูดอย่างสัตย์จริง “แต่ข้าก็จะเฝ้ามองทุกสิ่งบนโลกอย่างถี่ถ้วนเช่นกัน เพื่อให้พบหลักของมันอย่างถ่องแท้ และจะบากบั่นทำความเข้าใจคำกล่าวของคุณชายหลี่ในเร็ววัน”
หลี่เนี่ยนฝานกลืนคำพูดของตนเองลงคอไป
อีกฝ่ายอุตส่าหาห์ชมเปาะซะขนาดนี้ ถ้าจะให้หักหน้าตัวเองก็คงไม่ดี ตามน้ำไปก็แล้วกัน
หลี่เนี่ยนฝานทอดถอนใจเอ่ย “หวังว่าเจ้าจะเข้าใจได้ในเร็ววัน”
“คุณชายหลี่ ข้าจะพยายาม! ท่านมีบุญคุณช่วยชี้แนะ จวินเหลียนไม่อาจชดใช้ได้ นับจากวันนี้ ข้าจะขอติดตามเป็นลูกศิษย์ท่าน!” เมิ่งจวินเหลียงคำนับหลี่เนี่ยนฝานเสียยกใหญ่
“หยุดก่อน! ข้าไม่ได้เป็นอาจารย์เจ้า!” หลี่เนี่ยนฝานรีบหยุดเขา
ด้วยตรรกะความคิดของหมอนี่ ถ้าอยู่ในโลกเดิมน่าจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ บอกใครว่ารับเขาไว้เป็นลูกศิษย์คงขายหน้าแย่!
ความปวดร้าวแล่นปราดบนใบหน้าของเมิ่งจวินเหลียง
ปรมาจารย์ถึงกับดูถูกเขา ความประจักษ์แจ้งต้องต่ำต้อยเกินไปเป็นแน่ หลังจากนี้ต้องพยายามมากขึ้นอีก
หลี่เนี่ยนฝานไม่อยากตอแยกับเขา จึงสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังเมืองลั่ว