่าน ข้าได้เหมาภัตตาคารแห่งหนึ่งไว้ให้แล้ว”
หลี่เนี่ยนฝานมองหลินชิงอวิ๋นด้วยแววตาแปลกใจ ไม่คิดว่านางจะรอบคอบเช่นนี้ แล้วยิ้มเอ่ย “เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก”
ไป๋อู๋เฉินตบเข่าฉาดทันใด อยากตบบ้องหูตนเองสักทีให้รู้แล้วรู้รอด
โอกาสประจบประแจงที่แสนง่ายดาย ไฉนเขาถึงคิดไม่ออกกันนะ
ฮึ่ย พลาดโอกาสทองเสียแล้ว!
ภัตตาคารอยู่ในละแวกใกล้เคียง โปร่งโล่งเงียบสงบ ตกแต่งประณีต มองออกว่าหลินชิงอวิ๋นใส่ใจเป็นอย่างมาก
หลี่เนี่ยนฝานอุ้มนานนานมาบนเวทีบริเวณกลางภัตตาคาร ยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “ต่อจากครั้งก่อน พระอาจารย์ผู่ถีขุ่นเคืองจึงสะบัดแขนเสื้อจากไป กระทั่งยามราตรี หงอคงก็เข้านอนพร้อมคนอื่นๆ แสร้งหลับตาลงสงบจิตใจ ครั้นถึงประมาณยามจื่อจึงลุกขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ สวมใส่เสื้อฝ้า ลอบเปิดประตูหน้า หลบเลี่ยงผู้คน เดินออกไป…”
ทุกคนล้วนแต่หูผึ่งตั้งใจฟัง เมื่อรู้ว่าแส้ที่หวดสามครั้งของพระอาจารย์ผู่ถีนั้นหมายถึงให้มาเมื่อถึงเวลายามสาม ก็พลันมีสีหน้าเข้าใจแจ่มชัด
ปุถุชนไม่ได้เข้าถึงอย่างลึกซึ้ง เพียงแต่รู้สึกสนุกตาม
ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนกลับต่างออกไปมาก ไป๋อู๋เฉินและคนอื่นๆ อึ้งงันราวกับถูกอัสนีบาตฟาดแสกหน้า คิดไม่ถึงว่านี่เป็นบททดส