ในเมืองลั่วเซียน ต่อให้ที่หน้าประตูเมืองมีผู้คนมารวมตัวกันมากมาย แต่ก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาแม้แค่จ้องมอง เขาดำดิ่งอยู่ในโลกของตนเอง คล้ายกับว่าโลกภายนอกไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขา
และในเวลานั้น ก็มีเสียงหนึ่งผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเขา
“พระอาจารย์กล่าว “ใน ‘พระคัมภีร์’ แบ่งเป็นสามร้อยหกสิบพระคัมภีร์ย่อย ทุกคัมภีร์ย่อยล้วนนำไปสู่มรรคผล เจ้าจะเรียนคัมภีร์ใดเล่า” หงอคงตอบ “พระอาจารย์คิดว่าอย่างไรเหมาะสม ศิษย์ย่อมปฏิบัติตาม” พระอาจารย์กล่าว “ข้าจะสอนคัมภีร์ ‘ซู่เหมิน’ ให้เจ้าเป็นอย่างไร” หงอคงถาม “คัมภีร์ซู่เหมินเป็นอย่างไรหรือ” พระอาจารย์ตอบ “คัมภีร์ซู่เหมินก็คือการติดต่อดวงวิญญาณ ทำนายและดูฤกษ์ยาม เพื่อให้เข้าใจหลักแสวงหาเคราะห์ดีหลบเลี่ยงเคราะห์ร้าย” หงอคงเอ่ย “เรียนคัมภีร์นี้แล้วจะมีอายุวัฒนะไม่แก่ไม่ตายหรือไม่” พระอาจารย์ตอบ “ไม่ได้! ไม่ได้!” หงอคงพูด “เช่นนั้นไม่เรียน! ไม่เรียน!…”
ดวงตาอันว่างเปล่าของบัณฑิตผู้นั้นก็ค่อยๆ สุกสกาวขึ้นมา ฝีเท้าหยุดชะงัก เข้ามารวมกลุ่มฟังอย่างตั้งใจ
จากนั้น พระอาจารย์ผู่ถีก็เอ่ยถึงพระคัมภีร์อีกหลายเล่ม ให้ซุนหงอคงเลือก ทว่าซุนหงอคงฟังแล้วไม่ใช่คัมภีร์อายุวัฒนะ จึง