บตัวเองสักฉาดให้รู้แล้วรู้รอด
‘ตัวข้าโง่เขลาเบาปัญญาจริงๆ สิ่งที่ปรมาจารย์ระดับนี้กินจะเป็นข้าวต้มธรรมดาได้อย่างไรกัน สำหรับปรมาจารย์ระดับนี้ ต่อให้เป็นเพียงขยะก็คงดึงดูดให้ผู้คนนับไม่ถ้วนมาช่วงชิงกันกระมัง เมื่อครู่พลาดโอกาสกินข้าวต้มไปเสียแล้ว อ๊ากกก ทำไมข้าถึงโง่ขนาดนี้!’
ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ต่อให้ต้องคุกเข่าเลีย นางก็จะกินข้าวต้มให้ได้สักชาม
ไป๋อู๋เฉินและซูหย่าสีหน้าขมขื่นเช่นเดียวกัน นึกถึงท่าทางที่ลูกสาวแสดงออกเมื่อครู่ นางบอกใบ้พวกเขาอย่าง
ชัดเจนแล้ว ไฉนตนต้องปฏิเสธที่จะกินข้าวต้มด้วย เฮ้อ โชคครั้งใหญ่หลุดลอยไปเสียแล้ว!
ไม่รู้ว่าหากพูดปะเหลาะไปตอนนี้จะทันหรือไม่
พวกเขาทั้งสามอ้าปาก กำลังจะเอ่ยปากขอข้าวต้มอย่างไม่สนใจใคร
ทว่ากลับเห็นว่าหลี่เนี่ยนฝานผุดลุกขึ้น ยกหม้อข้าวต้มไป
“ต้าเฮย มากินข้าวได้แล้ว”
สุนัขพื้นเมืองสีดำตัวหนึ่งวิ่งตะบึงเข้ามาจากหลังเรือน ศีรษะมุดเข้าไปในชามอาหารของตน สวาปามข้าวต้มในหม้ออย่างรวดเร็ว
สวบๆๆ
มันกินอย่างสำราญใจเหลือเกิน
พวกไป๋อู๋เฉินชะงักงันไปทันใด จ้องมองต้าเฮยขอบตาแดงก่ำ ทำได้เพียงกลืนน้ำลายอย่างจนปัญญา
‘นั่นมันข้าวต้มที่มีเสียงแห่งมรรคาระคนอยู่เชีย