ชิงเขา มองดูเมฆหมอกเคลียคลอเบื้องบน หลินชิงอวิ๋นก็เกิดรู้สึกประหม่าอย่างแปลกประหลาด คล้ายกับว่าผู้ที่นางจะไปเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ไม่ใช่ปุถุชน หากแต่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเร้นกายจากโลก
ขณะที่นางกำลังจะขึ้นเขานั้นเอง ก็มีเงาร่างสามสายขี่กระบี่ผ่านไปบนท้องฟ้า ลงหยุดอย่างมั่นคงที่เชิงเขา
ทั้งสามคนก็คือไป๋ลั่วซวงและพ่อแม่ของนาง พวกเขามาหยุดอยู่ที่ด้านล่างของเชิงเขา เตรียมเดินเท้าขึ้นเขา เพื่อ
แสดงความซาบซึ้งต่อปรมาจารย์เช่นกัน
หลินชิงอวิ๋นเห็นไป๋ลั่วซวง ก็ชะงักงันไปเล็กน้อย “ศิษย์น้องหญิงลั่วซวง?”
“ศิษย์พี่หญิงหลิน? ท่านมาได้อย่างไร” ไป๋ลั่วซวงก็ชะงักไปเช่นกัน มองหลินชิงอวิ๋นอย่างแปลกใจ
หลินชิงอวิ๋นมองไป๋ลั่วซวง ในใจสั่นสะท้านเล็กน้อยพลางเอ่ย “ข้ามาเยี่ยมเพื่อนคนหนึ่ง พวกเจ้าก็เหมือนกันหรือ”
“อื้ม ข้ากับท่านพ่อท่านแม่มาเยี่ยมเยือนปรมาจารย์ท่านหนึ่ง” ไป๋ลั่วซวงพยักหน้า
“พ่อแม่เจ้ามาด้วยตัวเองเลยหรือ”
หลินชิงอวิ๋นตื่นตะลึง มองไปยังบุรุษสตรีวัยกลางคนด้านข้าง พูดด้วยน้ำเสียงเคารพ “ผู้น้อยหลินชิงอวิ๋น คำนับเจ้าสำนักไป๋ และผู้อาวุโสซู”
ในใจของนางนั้นกระวนกระวาย ถึงแม้สำนักเซียนวั่นเจี้ยนไม่อาจเทียบเท่าหอเซียน