หลิงอวิ๋น แต่อย่างไรเสียก็เป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักเซียนวั่นเจี้ยนเชียวนะ ผู้เก่งกาจระดับหยวนอิงถึงกับมาด้วยตัวเอง
สรุปแล้วบนเขามีอะไรที่ควรค่าให้พวกเขาเห็นความสำคัญถึงเพียงนั้น
ในขณะเดียวกันนางก็คลางแคลงใจอยู่บ้าง ได้ยินว่าสำนักเซียนวั่นเจี้ยนได้รับคำท้าจากมารกระบี่ อาจารย์ของนางชี้ชัดว่าไป๋อู๋เฉินไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมารกระบี่ ไฉนตอนนี้ยังสบายดีอยู่เล่า
ความสงสัยมีมากเหลือเกิน ไม่สู้นางเอ่ยปากถามจะดีกว่า
ไป๋อู๋เฉินโบกมือยิ้ม “เจ้าคือลูกศิษย์ก้นกุฏิของผู้เฒ่าอวิ๋นกระมัง? อายุยังน้อยก็สำเร็จถึงช่วงท้ายของขั้นจู้จีแล้ว อนาคตไร้ขีดจำกัด”
“เจ้าสำนักไป๋ ท่าน ท่าน…” หลินชิงอวิ๋นสีหน้าเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มองไปยังไป๋อู๋เฉินอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อก่อน ไป๋อู๋เฉินเรียกอาจารย์ของนางเพียงว่าผู้อาวุโสอวิ๋น ทว่าตอนนี้ถึงกับเรียกว่าผู้เฒ่าอวิ๋น เช่นนั้นก็หมายความว่าระดับของพวกเขาเท่ากันแล้ว!
เรื่องนี้มีเพียงคำอธิบายเดียว
“มิผิด ข้าทะลวงถึงขั้นชูเชี่ยวแล้ว” ไป๋อู๋เฉินยิ้มบาง
นี่มัน…
เมื่อได้รับคำยืนยัน หลินชิงอวิ๋นก็ยิ่งตะลึง
ขั้นหยวนอิงและขั้นชูเชี่ยวเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันมาก สิ่งที่ตามมาจาก