ล่ะมั้ง อีกอย่างเด็กคนนั้น
ค่อนข้างคุยง่าย คงจะไม่ปฏิเสธ
หลี่เนี่ยนฝานไม่รู้ว่าในราชวงศ์เซียนเฉียนหลงตอนนี้ จักรพรรดิอยู่ในห้องทรงพระอักษร คิ้วขมวดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาล
“ปัง!”
เขาเหวี่ยงสาส์นในมือทิ้ง ตบโต๊ะอย่างแรง เอ่ยด้วยโทสะ “มีอย่างที่ไหน! มีอย่างที่ไหน! สรุปแล้วเราหรือเขาที่เป็นจักรพรรดิ” เหล่าขันทีโดยรอบรีบค้อมกาย ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เงียบงันด้วยความเกรงกลัว
ตุ้บๆๆ
ขันทีคนหนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามาในห้องทรงพระอักษร
“กราบทูลฝ่าบาท องค์หญิงรองและฮองเฮาอยู่ด้านนอก มาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกนางมาทำไมกัน” จักรพรรดิชะงักไปเล็กน้อย “ให้เข้ามา”
ลั่วซืออวี่กับจงซิ่วค่อยๆ เดินเข้ามา เอ่ยขึ้นพร้อมกัน “ถวายบังคมเสด็จพ่อ/จักรพรรดิ”
“ซืออวี่ พวกเจ้ามาได้อย่างไร” จักรพรรดิมองไปยังทั้งสอง
คิ้วซึ่งขมวดมุ่นคลายลงน้อยๆ ความเอ็นดูและรู้สึกผิดฉายวาบในสายตาที่มองลั่วซืออวี่
ลั่วซืออวี่เป็นบุตรสาวคนแรกของเขา และเป็นบุตรสาวที่เขารักที่สุด ในใจเขาอยากให้นางใช้ชีวิตโดยปราศจากความเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ตนเองในฐานะจักรพรรดิกลับไม่อาจทำเช่นนั้นได้
“ฝ่าบาท เมื่อครู่พวกข้าได้ยินเสียงพระองค์พิโรธจากด้านนอ