่วไป เมื่อเห็นภาพวาดนี้ก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ทั้งสามเป็นลูกศิษย์สำนักเซียน เดิมทีต้องฝึกฝนกระบี่อยู่แล้ว ความรู้สึกไวต่อปราณกระบี่มาก
พวกเขาพอจะเข้าใจความหมายของภาพวาดนี้ มือกระบี่สวมเสื้อกันฝนกำลังจะประมือกับใครสักคน เขากำลังเดินทางไป และผู้ที่เขาจะเผด็จศึกนั้นอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ
“ฟู่!”
หลัวฮ่าวรีบเก็บม้วนภาพวาดใส่ตะกร้า ทั้งสามถึงไดัสติ ในชั่วพริบตาเดียวเม็ดเหงื่อก็พลันผุดท่วมใบหน้า
“สรุปแล้วคนในภาพเป็นใคร แค่ด้านหลังก็มีจิตกระบี่เข้มข้นแล้ว ถึงขั้นเหนือกว่าเจ้าสำนักด้วยซ้ำไป น่ากลัวเหลือเกิน” ฉินจู๋รู้สึกครั่นคร้ามในใจ
ไป๋ลั่วซวงไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกในใจของตนอย่างไรแล้ว พูดเสียงสั่นว่า “นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือมีคนที่วาดภาพนี้ออกมา แล้วก็…โยนทิ้งลงไปในถังขยะอย่างไม่ใยดี!”
หลัวฮ่าว “สำหรับผู้ฝึกกระบี่อย่างพวกเรา ภาพวาดนี้มีประเมินค่าไม่ได้เชียวนะ!”
ในตอนนั้น หลี่เนี่ยนฝานก็กลับมาแล้ว ส่วนเสี่ยวไป๋ก็แบกศพเสือดาวเข้าไปในห้องครัว รีบลงมือทำอาหาร
หลี่เนี่ยนฝานเห็นว่าทั้งสามคล้ายกับมีอะไรจะพูด จึงอดถามไม่ได้ “มีอะไรหรือ”
ไป๋ลั่วซวงกำลังถือภาพวาดอยู่ ก็เอ่ยปากขึ้นมาอย่