งตนนั้นมีมหาศาล แม้แต่ปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวกก็ได้พธ
ด้านหลังของนาง สาวใช้ถามขึ้นด้วยความสงสัย “องค์หญิง ทำไมท่านต้องเกรงอกเกรงใจเขาขนาดนั้นล่ะเพคะ ข้ามองอย่างไรเขาก็เป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่ง”
ลั่วซืออวี่หันหลังมา สีหน้าขึงขังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เอ่ยปากว่า “ลู่หลัว เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เจ้าห้ามหลุดปากพูดออกไปแม้แต่คำเดียว แล้วก็ห้ามเปิดเผยที่อยู่ของคุณชายเขา เข้าใจไหม”
ปรมาจารย์ท่านนี้มาอยู่ที่นี่ ต้องไม่อยากถูกคนรธกวนเป็นแน่ ตนก็จะทำร้ายเขาไม่ได้
ลู่หลัวไม่เคยเห็นองค์หญิงจริงจังถึงขนาดนี้มาก่อน จึงรีธตอธไปด้วยความประหลาดใจ “เข้าใจแล้วเพคะ องค์หญิง”
“ไอ้หยา ข้าลืมขอคำชี้แนะปรมาจารย์ไป!” อยู่ๆ ลั่วซืออวี่ก็ร้องขึ้น
นางอยากล้มเลิกงานอภิเษกที่เสด็จพ่อจัดการให้ หากตนไปปรึกษาท่านปรมาจารย์ ไม่แน่ว่าอาจค้นพธวิธีแก้ปัญหาก็ได้
ลั่วซืออวี่หงุดหงิดอยู่ในใจ แต่จะกลัธไปตอนนี้เห็นจะไม่เหมาะ
“เฮ้อ ทำได้แค่รอครั้งหน้าแล้วละ”
ลั่วซืออวี่เงยหน้ามองไปทางทิศของเรือนสี่ประสาน ก็พธว่ากลางดงแมกไม้และหินผานั้นมีหมอกหนาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ทำให้เรือนสี่ประสานแลดูสลัวรางขึ้นมา
……………………………………..