นี้แพร่สะพัดไปทั่วในช่วงเวลาสั้นๆ หลังการแข่งขันรอบแรกจบลง เหตุการณ์ที่น่าสนใจเช่นนี้จะไม่ถูกพูดปากต่อปากได้อย่างไรกันเล่า
ปู้ฟางเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นหลังการแข่งขันรอบแรก แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร แต่ทุกคนก็ต่างขนานนามเขาว่าเด็กหนุ่มที่ถือป้ายร้าน
ผู้คนจำนวนมากต่างตั้งใจจะจับตาดูเขาในการแข่งครั้งถัดไป
หนานกงอู๋เชวียและหนานกงหวั่นเองก็ผ่านการแข่งขันรอบแรก พวกเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินเรื่องนี้
สมแล้วที่เป็นเถ้าแก่ปู้!
พวกเขาอดนิ่งเงียบเพื่อไว้อาลัยให้ผู้เข้าแข่งขันรอบเดียวกับปู้ฟางไม่ได้ ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีคนโชคร้ายอีกสักกี่คน แต่ดูเหมือนว่ากรรมการจะสั่งห้ามไม่ให้เขาทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นในการแข่งขันครั้งต่อๆ ไปแล้ว
ถ้าเช่นนั้นการแข่งขันรอบนี้ก็น่าจะเป็นการแข่งขันที่บันเทิงที่สุดในประวัติศาสตร์ของงานประลองหัตถ์เวท