่เขาก็ยังเชิดหน้าสู้
หืม?
ร่างตรงหน้าไม่ใช่ร่างอันเย้ายวนของสตรีผมดำยาวผู้น่าสะพรึงกลัวนี่
หนานกงอู๋เชวียจำเงาของคนที่ยืนอยู่หน้าประตูได้
ทันทีที่ปู้ฟางเปิดประตูห้องโดยสารเรือ เขาก็เห็นร่างหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ร่างนั้นยกศีรษะขึ้น รูจมูกเปิดบาน แถมลูกตายังมีน้ำตาไหลออกมา
ห่าเหวอะไรกัน! ไอ้ตัวบ้านี่มันมาจากไหนไม่ทราบ
ปู้ฟางสะดุ้งโหยงด้วยความกลัว เพราะความตกใจ ชายหนุ่มจึงยกขาสูงและเกือบกระทืบหน้าหนานกงอู๋เชวียเข้าให้
ทว่าทันใดนั้นปู้ฟางก็จำหนานกงอู๋เชวียได้ จึงยั้งเท้าเอาไว้ทัน
“สะ… สหายปู้ ทำไมเป็นเจ้าเล่า ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” หนานกงอู๋เชวียถามอย่างตกใจด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา
ปู้ฟางลดขาลงก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบอย่างใจเย็น “ข้าเอง”
หนานกงอู๋เชวียรู้สึกราวกับว่าฤดูใบไม้ผลิมาเยือนแล้วจริงๆ สีหน้ารำคาญใจตรงหน้า เป็นสหายปู้จริงๆ ด้วย!
ทว่าใบหน้าของหนานกงอู๋เชวียก็ซีดขาวลงทันทีเมื่อเห็นขาเรียวยาวเบื้องหลังปู้ฟาง ก่อนที่เจ้าของขาที่มีใบหน้าสวยสะและร่างกายงดงามจะก้าวมายืนข้างๆ ปู้ฟาง
ใบหน้าไร้อารมณ์ของหญิงสาวจากยมโลกปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
หนานกงอู๋เชวียตกตะลึง ริมฝีปากสั่นระรัวเมื่อความเศร้าตีตื้นขึ้นจนล้นหัวใจ