หนานกงอู๋เชวียตาเบิกโตพลางมองเนื้อปั้นที่เปล่งประกาย อาหารจานใหม่ของสหายปู้ช่างลวกๆ และเรียบง่ายเสียจริง
เหตุใดอาหารจานนี้ของสหายปู้ถึงหน้าตาธรรมดาได้ขนาดนี้
เมื่อนึกถึงความลึกลับของปู้ฟางหนานกงอู๋เชวียก็เหมือนถูกกระตุ้นเบาๆ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มช้าๆ สหายปู้กล้าทำอาหารจานนี้ให้ชิม แปลว่ามันย่อมพิเศษอย่างแน่นอน
“ลองชิมดู… มันชื่อว่าเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า” ปู้ฟางบอก
เนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่า ใครเป็นคนตั้งชื่ออาหารจานนี้กัน มีชื่อที่ห่วยแตกกว่านี้อีกไหม
อาหารจานนี้ดูเหมือนโอสถทิพย์ที่ถูกยกระดับแล้ว… หรือว่ามันจะอร่อยจริงๆ
ชั่วขณะที่ปู้ฟางส่งสายตาโน้มน้าว หนานกงอู๋เชวียก็เลือกเนื้อปั้นที่หม่นแสงลงแล้วอย่างระมัดระวัง หน้าตาของมันค่อยๆ เปลี่ยนไปจนดูเหมือนเนื้อปั้นธรรมดาๆ
เนื้อปั้นมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้เข้มข้นมาก แต่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากปอยผมนับไม่ถ้วนที่โอบรัดและหว่านเสน่ห์ใส่หัวใจของหนานกงอู๋เชวีย
“กลิ่นหอมใช้ได้…” หนานกงอู๋เชวียพึมพำ
เขาโยนเนื้อปั้นเข้าปากไม่ต่างจากวิธีที่เขาใช้กินโอสถทิพย์
หนานกงอู๋เชวียเบิกตาโพลงทันทีที่เนื้อปั้นสัมผัสลิ้น หน้าตาของเขาค่อนข้างน่าขันเมื่อมีเนื้อปั้