ลีลาของปู้ฟางชำนาญและประณีตมาก
เขาตบกระทะกลุ่มดาวเต่าดำเบาๆ เส้นบะหมี่ทะยานขึ้นฟ้า ก่อนตกลงมาในชามกระเบื้องที่เตรียมเอาไว้
ทันทีที่ปู้ฟางเทน้ำซุปสีแดงลงใส่ชาม กลิ่นเผ็ดร้อนก็โชยออกมา
บะหมี่อาละวาดหนึ่งชามเสร็จสมบูรณ์แล้ว
กระนั้นจนถึงตอนนี้หนานกงอู๋เชวียก็ยังคร่ำครวญไม่เลิกที่ปู้ฟางใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีในการปรุงอาหาร
มันเป็นภาพที่เจ็บปวดเกินทน และเมื่อนึกถึงเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีของตัวเองที่ถูกถอดออกไป หนานกงอู๋เชวียก็ยิ่งคร่ำครวญหนักกว่าเดิม ช่างน่าโมโหนัก…
เหตุใดเจ้าจึงเรียกใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีในยามที่หัวใจข้าเป็นแผลและโศกเศร้า สหายปู้ เจ้าตั้งใจรังแกข้าเช่นนั้นสินะ
“กินเสียสิ”
หลังจากทำบะหมี่อาละวาดเสร็จ ปู้ฟางก็หันมองหนานกงอู๋เชวียที่กำลังสลดใจ ก่อนยกยิ้มมุมปากแล้วพูดอย่างเฉยชา เขาโบกมือส่งบะหมี่อาละวาดทะยานขึ้นฟ้าพุ่งไปหาหนานกงอู๋เชวีย
นี่คืออะไร
บะหมี่หรือ
ทำบะหมี่ให้ข้ากินตอนนี้เพื่ออะไรกัน
หนานกงอู๋เชวียตะลึงงัน เขารับบะหมี่อาละวาดที่ปู้ฟางโยนมาให้อย่างไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวนะ! บะหมี่นี่ทำจากเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี สหายปู้อยากให้ข้ารู้สึกถึงรัศม