ทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้สองชิ้นแล้ว
หลังกระอักเลือดออกมายกใหญ่ สมาชิกในตระกูลคนอื่นๆ ก็พยุงหลินอู๋อิ่งให้ลุกขึ้น
“ฮึๆ เพื่อให้งานอดิเรกของนายท่านขาวลุล่วง หลินอู๋อิ่ง เจ้าควรออกวิ่งได้แล้ว”
หนานกงอู๋เชวียดีดนิ้วพลางแย้มยิ้ม
หลินอู๋อิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อถูกเปลวไฟกลืนร่าง แม้ว่ามันจะไม่ได้ทำอันตรายเขาสักนิด แต่เสื้อผ้าที่ฉีกขาดบนร่างก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
หลินอู๋อิ่งรู้สึกหนาวจับใจเมื่อมีลมกระโชกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“หน็อย! หนานกงอู๋เชวีย ข้าหลินอู๋อิ่งไม่มีวันปล่อยเจ้าแน่!”
ครู่ถัดมา เสียงหนึ่งก็ดังแหวกอากาศมาเข้าหู มันคือเสียงแหลมๆ ของหมูที่ร้องเพราะถูกเชือดนั่นเอง