“ให้นางจ่าย นางรวยจะแย่” หนานกงอู๋เชวียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทั้งยังสงบนิ่ง
จากนั้นเขาก็เลิกคิ้วแล้วส่งสายตาให้ปู้ฟางเป็นการบอกว่า ‘เชื่อข้าเถอะ’
ปู้ฟางรู้สึกอึ้งไม่น้อย เขาสงสัยว่าหนานกงหวั่นกับตัวตลกผู้นี้เป็นพี่น้องกันจริงหรือ เพราะนิสัยใจคอช่างต่างกันลิบลับ
หนานกงหวั่นดูเป็นคนปกติธรรมดา ถึงจะค่อนข้างเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่ก็ยังแสดงความสดใสของวัยสาวออกมาเมื่อเห็นอาหารอันโอชะ
ส่วนหนานกงอู๋เชวียเป็นแค่ตัวตลกที่คิดจะหลอกเกาะน้องสาวกิน
หนานกงหวั่นเปิดริมฝีปากอ่อนนุ่มแล้วคายกระดูกออกมา ดวงตาคู่งามของนางเบิกกว้างขณะมองหนานกงอู๋เชวียด้วยสายตาไม่พอใจ ใครบอกว่าข้ารวยกัน
มันคือเงินที่ข้าได้มาจากการลำบากตรากตำปรุงโอสถทิพย์ต่างหาก
“หนานกงอู๋เชวีย เจ้าอยากตายหรือ” หนานกงหวั่นพูดพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางอารมณ์เสียตลอดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายคนนี้ ครั้งก่อนเขาถึงขนาดแนะนำนางให้หลินอู๋อิ่ง คุณชายให หญ่ของตระกูลหลิน
หลินอู๋อิ่งมองหนานกงอู๋เชวียเป็นศัตรูที่ฟ้าลิขิตไว้ แต่หนานกงอู๋เชวียกลับอยากได้อีกฝ่ายเป็นน้องเขยเสียได้
เจ้าหมอนี่มัน