ที่หน้าด้านและไร้ยางอายเท่าพี่ชายตัวเองมาก่อน
“ฮ่าๆ จริงรึ แปลว่าเจ้าน่ะรวยจริงๆ นะเนี่ย มีหนี้เพิ่มอีกนิดอีกหน่อยก็ไม่สะเทือนหรอก ไว้ข้าปรุงโอสถวิญญาณสองแต้มได้เมื่อไร ข้าจะทำขายแล้วเอาเงินมาใช้หนี้ให้” หนานกงอู๋ เชวียแสร้งหัวเราะแล้วทุบหน้าอกตัวเองเบาๆ เป็นการให้คำมั่น
“ข้าไม่มีเงินจริงๆ… และข้าก็ไม่เชื่อเจ้าด้วย”
“ม่าย… น้องสาวสุดที่รัก ไม่เห็นหรือว่าพี่ชายผู้นี้ห่วงเรื่องการแต่งงานของเจ้าและกำลังช่วยเจ้าอยู่” หนานกงอู๋เชวียพูดพลางเลิกคิ้ว
“หึ หากเจ้าพูดเรื่องนี้อีกเพียงคำเดียว อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน” หนานกงหวั่นหัวเราะเย็นชา
“แค่หนึ่งหมื่นผลึกเองน่า พูดมา เจ้าต้องการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน”
“ข้าขอสูตรโอสถวิญญาณหนึ่งแต้มที่เจ้าได้มาจากหอโอสถสักสูตรหนึ่ง ถ้าไม่ให้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก” หนานกงหวั่นเอ่ย
“ตกลง เอาตามนี้” หนานกงอู๋เชวียอึ้งไปพักหนึ่งก่อนตอบตกลงโดยไม่แม้แต่จะคิด เขาหยิบหนังสัตว์เปื่อยๆ ออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บแล้วฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง
หนานกงหวั่นงงงันกับการกระทำของอีกฝ่าย สูตรจากหอโอสถเป็นของสำคัญมากไม่ใช่