ม่แปลกใจที่ไม่มีใครคิดจัดการเจ้าของร้าน ทั้งที่ปรุงของเสียในย่านของตระกูลหนานกง
“ข้ากินจานของน้องสาวไม่ได้จริงรึ เจ้าต้องรู้ไว้ด้วยนะ… ว่าทำเช่นนี้เอาชนะใจข้าไม่ได้แน่” หนานกงอู๋เชวียยังไม่ยอมแพ้ เขานั่งลงพลางพูดต่อ
ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นพลางถอนหายใจออกมา
“เจ้าขาว มีตัวปัญหาแน่ะ”
หึ่ง…
แสงสีม่วงส่องประกายวูบวาบเมื่อเจ้าขาวออกจากครัวมา
หนานกงอู๋เชวียเลิกคิ้ว ดวงตาเหลือบมองปู้ฟางกับเจ้าขาวก่อนหันมองหนานกงหวั่นที่มีท่าทางดีอกดีใจ
เขายิ้มยิงฟันก่อนพูดอย่างขึงขัง “อย่ามีเรื่องกันดีกว่า ขอพระกระโดดกำแพงหนึ่งโถ ข้าพูดจริง”
หลังพูดจบ หนานกงอู๋เชวียก็เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ เขาชี้หนานกงหวั่นแล้วเอ่ยต่อ “ให้นางจ่าย นางรวยจะแย่”