ชียวนะ”
หนานกงหวั่นแผดเสียงด้วยความตกใจ อัจฉริยะที่กำลังจะได้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเอกเมฆาอย่างนาง เข้าใจดีว่าการปรุงโอสถทิพย์ระดับแปดนั้นยากเย็นเพียงใด
ราคาอาหารหนึ่งจานเท่ากับราคาของโอสถทิพย์ระดับแปด เจ้าของร้านต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ
เต้าหู้เหม็นชามละยี่สิบผลึกยังพอยอมรับได้ แม้จะแพงแต่ไม่ได้เกินกว่าเหตุ
กระนั้นพระกระโดดกำแพงราคาชามละหนึ่งหมื่นผลึกนั้นบ้าบอเกินไปมาก
“ราคานี้จริงใจและซื่อสัตย์แล้ว ร้านเราตรงไปตรงมาและค้าขายอย่างเป็นธรรมไม่ว่ากับคนชราหรือหนุ่มสาว” ปู้ฟางมองหนานกงหวั่นด้วยสายตาที่ใช้มองพวกบ้านนอกเข้ากรุง
เมื่อครั้งอยู่ในจักรวรรดิวายุแผ่วเขาขายพระกระโดดกำแพงชามละหนึ่งหมื่นผลึก แถมรู้สึกขาดทุนด้วยซ้ำที่ต้องขายราคาเดียวกันในเมืองหมอกนภา
“นี่เจ้ากล้าพูดว่าราคาจริงใจและซื่อสัตย์รึ”
หนานกงหวั่นกลอกตาใส่ปู้ฟาง นางใช้นิ้วเคาะโต๊ะสักพักก่อนสั่งเต้าหู้เหม็นอีกจาน
ปู้ฟางจ้องหญิงสาวด้วยแววตาเฉยเมย ทำเอานางขนลุกซู่
หญิงสาวผู้นี้ลังเลอยู่เป็นนานสองนาน แต่กลับสั่งแค่เต้าหู้เหม็นจานเดียว… ช่างตระหนี่ขี้เหนียวเสียนี่กระไร
ริมฝีปากของปู้ฟางกระตุก
“โปรดรอสักครู่”